⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1031/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1031/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ประกอบกิจการประกันภัยเท่านั้นที่จะต้องรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมกิจการค้าอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน หาใช่ตัวแทนหรือนายหน้าไม่

ย่อคำพิพากษา

ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน พ.ศ.2471(แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าอันกระทบถึงความปลอดภัยฯ (ฉบับที่3) พ.ศ.2489 มาตรา 3) นั้น ผู้กระทำผิดจะต้องเป็นผู้ประกอบกิจการประกันภัยเอง หาใช่เป็นแต่เพียงตัวแทนหรือนายหน้าเท่านั้นไม่ โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย(ซึ่งเป็นเพียงนายหน้า)ตามบทกฎหมายดังกล่าวนั้นไม่ได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 21/2507)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัย หรือผาสุกแห่งสาธารณชน พ.ศ.2471 ม.7 พระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2499 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๐๓ ถึง ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๔ จำเลยซึ่งเป็นผู้แทนของบริษัทนครหลวงสงเคราะห์เศรษฐกิจ จำกัด ได้ร่วมกับบริษัทดังกล่าว จัดหาคนเข้าเป็นสมาชิกแผนกวิวาห์สงเคราะห์ของบริษัทได้หลายคน ตามระเบียบบุคคลผู้เป็นสมาชิกจะต้องส่งเงินแก่บริษัทในลักษณะเบี้ยประกันเป็นงวด งวดละ ๑๖๕ บาท เมื่อสมาชิกทำการสมรส บริษัทจะจ่ายเงินสงเคราะห์ตามจำนวนที่กำหนดในหนังสือสำคัญ อย่างต่ำ ๕,๐๐๐ บาท อย่างสูง ๗,๕๐๐ บาท เมื่อมีบุตรคนแรกและคนที่ ๒ จ่ายให้อีกคนละ ๒,๕๐๐ บาท หรือ ๓,๗๕๐ บาท ทั้งนี้ แล้วแต่ระยะเวลาของการเป็นสมาชิก จำเลยได้เรียกเก็บเงินจากสมาชิกผู้เอาประกันส่งให้บริษัทในลักษณะเบี้ยประกันไปแล้วหลายงวด และยังเรียกเก็บอยู่อีกการกระทำของจำเลยและบริษัทดังกล่าวมีสภาพคล้ายคลึงกับการประกันภัย ได้กระทำลงโดยมิได้รับอนุญาตจากกระทรวงเศรษฐการ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน พ.ศ.๒๔๗๒ มาตรา ๗,๘ ; (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๘๙ มาตรา ๓ จำเลยทั้งสองให้การว่า ได้เป็นตัวแทนของบริษัทนครหลวงสงเคราะห์เศรษฐกิจ จำกัด และได้หาคนเข้าเป็นสมาชิกแผนกวิวาห์สงเคราะห์ มีวิธีการ รับเงิน จ่ายเงิน ดังฟ้อง แต่จำเลยทำตามข้อบังคับและเงื่อนไขของบริษัทโดยไม่ทราบว่าบริษัทได้รับอนุญาตหรือไม่ ศาลจังหวัดชุมพรเห็นว่า การที่สมาชิกแผนกวิวาห์สงเคราะห์ต้องส่งเงินให้บริษัทเป็นงวด ๆ และบริษัทตกลงใช้เงินจำนวนหนึ่งแก่สมาชิกเมื่อทำการสมรสนั้น เป็นการประกันการสมรส และถือได้ว่า เป็นการประกัน"ในเหตุอย่างอื่นในอนาคตดังได้ระบุไว้ในสัญญา"ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๑ จึงเป็นการประกอบกิจการอันมีสภาพคล้ายคลึงกับกิจการประกันภัย และจำเลยรู้แล้วว่าบริษัทไม่ได้รับอนุญาต พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองผิดตามฟ้อง ปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า หลักการของการวิวาห์สงเคราะห์นั้นเห็นได้ชัดแจ้งว่าเป็นการสงเคราะห์บุคคลที่จะทำการสมรส จึงไม่มีสภาพคล้ายคลึงการประกันภัย พิพากษากลับ ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า ตามสำนวนปรากฎว่าจำเลยเป็นเพียงนายหน้าหาลูกค้าให้บริษัทเท่านั้น หาใช่เป็นตัวผู้กระทำการเป็นคู่สัญญาที่จะต้องจ่ายเงินผลประโยชน์ให้แก่ผู้ชำระเงินเป็นงวด ๆ นั้นไม่ จึงไม่เข้าลักษณะเป็นความผิดตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยฯ เพราะตามมาตรา ๗ ผู้กระทำผิดจะต้องเป็นผู้ประกอบกิจการประกันภัยเอง หาใช่เป็นแต่เพียงตัวแทนหรือนายหน้าเท่านั้นไม่ ที่ประชุมใหญ่จึงมีมติว่า โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างนั้นไม่ได้ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1031/2507 อัยการจังหวัดชุมพร โจทก์ นายชวลิต แย้มสรวล ที่ 1 นางนวล แย้มสรวล ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดชุมพร · ล. - นายชวลิต แย้มสรวล ที่ 1 นางนวล แย้มสรวล ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ห้วน ประชาบาล · การุณย์นราทร · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชุมพร - นายเริ่ม ธรรมดุษฎี · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุยปผเวส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1106/2516ฎีกา 863/2481ฎีกา 1201-1203/2498ฎีกา 637/2509ฎีกา 1050/2504
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา