⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1615/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1615/2508

ป.พ.พ. ม.1698, 1718

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดให้ขายทรัพย์สินและนำเงินส่วนหนึ่งไปตั้งมูลนิธิเพื่อการกุศล ไม่ถือเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1698(2)

ย่อคำพิพากษา

ข้อความในพินัยกรรมที่สั่งให้ขายทรัพย์ ได้เงินเท่าใดให้มอบให้กรมการศาสนาจำนวนหนึ่งเพื่อตั้งเป็นมูลนิธิเอาเงินผลประโยชน์บำรุงการกุศล ส่วนเงินที่เหลือกับทรัพย์อื่นยกให้แก่บุคคลอีคนหนึ่งนั้น มิใช่เงื่อนไขซึ่งกำหนดให้พินัยกรรมมีผลใช้บังคับต่อเมื่อเงื่อนไขหรือข้อกำหนดตามพินัยกรรมได้ทำสำเร็จแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1698(2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1698 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1718

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1698 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1718 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรมการศาสนาได้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของหลวงวิชิตธนสาร นายเล็ก ลีละชาติ น้องของหลวงวิชิตธนสารได้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วมด้วย นายเชิญ มีชูขันธ์ ได้คัดค้านและขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดก ศาลชั้นต้นให้ดำเนินคดีอย่างมีข้อพิพาทและเรียกผู้ร้องว่าโจทก์เรียกผู้คัดค้านว่าจำเลย แล้วพิพากษาตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก นายเล็กโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายเล็กโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พินัยกรรมของหลวงวิชิตธนสารที่สั่งให้นายที่ดินโฉนดที่ ๒๒๐ พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างได้เงินเท่าใด ให้มอบให้กรมการศาสนา ๕๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อตั้งเป็นมูลนิธิเอาเงินผลประโยชน์บำรุงการกุศล ส่วนเงินที่เหลือกับทรัพย์อื่นยกให้นางวิชิตธนสารนั้น มิใช่เงื่อนไขซึ่งกำหนดให้พินัยกรรมมีผลใช้บังคับต่อเมื่อเงื่อนไข หรือข้อกำหนดตามพินัยกรรมได้ทำสำเร็จแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๙๘ (๒) และเห็นว่าควรตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของหลวงวิชิตธนสาร จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1615/2508 กรมการศาสนา โดยนายฟุ้ง ศรีวิจารณ์ อธิบดี ที่ 1 นายเล็ก ลีละชาติ ที่ 2 โจทก์ นายเชิญ มีชูขันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมการศาสนา โดยนายฟุ้ง ศรีวิจารณ์ อธิบดี ที่ 1 นายเล็ก ลีละชาติ ที่ 2 · จำเลย - นายเชิญ มีชูขันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจำรูญ เจริญกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายไสว เสนาขันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1368/2534ฎีกา 8570/2560ฎีกา 478/2501ฎีกา 3469/2537ฎีกา 1788/2493ฎีกา 5169/2538ฎีกา 4698/2552ฎีกา 2841/2538ฎีกา 5926/2540ฎีกา 1403/2538ฎีกา 6013/2534ฎีกา 5750-5751/2533ฎีกา 3166/2529ฎีกา 3534/2560ฎีกา 3001/2538ฎีกา 11216/2558ฎีกา 5482/2536ฎีกา 12704/2556ฎีกา 4239/2539ฎีกา 2475/2543ฎีกา 935/2497ฎีกา 8935/2568ฎีกา 342/2534ฎีกา 3557/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา