⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6013/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6013/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากพินัยกรรมที่อ้างเป็นพินัยกรรมปลอม ผู้ร้องจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกและไม่มีอำนาจร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก. เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนเจ้ามรดก ข้อกำหนดในพินัยกรรมส่วนนั้นจะตกไปและบังคับแก่ทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดก.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องอ้างสิทธิในคำร้องขอจัดการมรดกว่าร้องขอในฐานะที่ผู้ร้องเป็นผู้รับพินัยกรรม มิได้ร้องขอในฐานะทายาทโดยธรรมด้วย เมื่อผู้คัดค้านอ้างในคำคัดค้านว่าพินัยกรรมดังกล่าวผู้ร้องทำปลอมขึ้นปัญหาว่าพินัยกรรมปลอมหรือไม่ย่อมเป็นประเด็นที่จำต้องวินิจฉัยเพราะหากพินัยกรรมที่ผู้ร้องอ้างเป็นพินัยกรรมที่ผู้ร้องทำปลอมขึ้นผู้ร้องย่อมถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1606(5) จึงไม่มีอำนาจร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดก แม้ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยประเด็นข้อนี้ผู้ร้องซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดีในศาลชั้นต้นก็มีสิทธิที่จะอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยประเด็นข้อนี้ ซึ่งเป็นประเด็นแห่งคดีที่ถูกต้องได้ ท. ซึ่งมีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรมข้อ 9 และข้อ 10 ตายก่อนเจ้ามรดก ข้อกำหนดในพินัยกรรมส่วนนี้จึงเป็นอันตกไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1698(1) และต้องบังคับตามมาตรา 1699 ประกอบมาตรา 1620 วรรคสอง กล่าวคือต้องตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดก ซึ่งรวมทั้งผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านในฐานะทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกจึงมีสิทธิร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 การตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ศาลย่อมใช้ดุลพินิจคำนึงถึงความเหมาะสมหรือพฤติการณ์เพื่อประโยชน์แก่กองมรดกข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้คัดค้านมีความประพฤติดีไม่เคยทำร้ายหรือเป็นหนี้เจ้ามรดกดังคำพยานผู้ร้อง ส่วนข้อที่ผู้คัดค้านอ้างเป็นเหตุไม่สมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกก็เป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อผู้ร้องและผู้คัดค้านต่างมีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718 จึงสมควรตั้งผู้ร้องและ ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1606 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1620 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1698 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1699 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1711 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นบุตรของนายชำนาญหรือเม่งเชี้ยว บุปผเวส และนางหยี่ บุปผเวส มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 12 คน นายชำนาญและนางหยี่ได้ถึงแก่กรรมแล้ว นางหยี่ทำพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2504 ยกทรัพย์สินต่าง ๆ ให้แก่ผู้ร้องและทายาท และระบุให้นายชลอ บุปผเวส เป็นผู้จัดการมรดกทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมบางส่วนนางหยี่ บุปผเวสได้จำหน่ายจ่ายโอนไปก่อนแล้วขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ คงมีทรัพย์สินตามพินัยกรรมบางส่วนเหลืออยู่เพื่อแบ่งให้กับทายาทตามพินัยกรรมนายชลอในฐานะผู้จัดการมรดกได้ดำเนินการแบ่งทรัพย์สินไปแล้วบางส่วนมีบางส่วนที่ยังมิได้จัดการแบ่งให้แก่ผู้ร้องและทายาทอื่น ผู้ร้องจึงยื่นฟ้องนายชลอต่อศาลจังหวัดชลบุรี ขอแบ่งทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลในคดีดังกล่าว นายชลอได้ยื่นคำร้องขอลาออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก จึงมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกตามพินัยกรรม ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางหยี่เพื่อที่ผู้ร้องจะได้จัดการแบ่งทรัพย์ให้เป็นไปตามพินัยกรรมทายาทผู้มีส่วนได้เสียในพินัยกรรมยินยอมให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ ผู้ร้องมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย นายบุญเอก บุปผเวส ยื่นคำร้องคัดค้านว่าผู้คัดค้านเป็นบุตรของนางหยี่ ในขณะที่บุคคลดังกล่าวมีชีวิตอยู่ ได้ทำพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 9 เมษายน 2504 พินัยกรรมฉบับดังกล่าวผู้ร้องเห็นว่าตนได้รับทรัพย์มรดกน้อยไป จึงได้ทำพินัยกรรมตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 5 ขึ้น อันเป็นการขัดกับเจตนาของเจ้ามรดกและเป็นการฉ้อฉลหลอกลวงเจ้ามรดก พินัยกรรมตามเอกสารที่ผู้ร้องทำขึ้นนี้จึงเป็นพินัยกรรมปลอม ผู้ร้องมีส่วนรู้เห็นในการทำพินัยกรรมทั้งสองฉบับจึงถูกตัดสิทธิมิให้รับมรดก ผู้ร้องจึงมิใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสียและปรากฏว่าศาลจังหวัดชลบุรียังมิได้มีคำสั่งให้นายชลอพ้นจากการเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม การที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องคดีนี้จึงเป็นการไม่ชอบ ผู้คัดค้านมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายในอันที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ศาลยกคำร้องของผู้ร้อง และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดก และมีคำสั่งหรือพิพากษาว่าผู้ร้องถูกตัดสิทธิมิให้รับมรดกของนางหยี่ บุปผเวส หรือหากศาลเห็นควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมด้วย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งตั้งให้นายบุญเอก บุปผเวสผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนางหยี่ บุปผเวส ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของผู้คัดค้าน และมีคำสั่งตั้งนางบุญช่วย วิสุทธิมรรค ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ตามพินัยกรรมของนางหยี่ บุปผเวส ฉบับลงวันที่2 พฤษภาคม 2504 ให้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่านายชำนาญ หรือเม่งเชี้ยว บุปผเวส กับนางหยี่ บุปผเวส มีบุตรด้วยกัน12 คน ซึ่งรวมทั้งนายชลอ บุปผเวส ผู้ร้องและผู้คัดค้านด้วย ปรากฏตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 1 นายชำนาญตายเมื่อ 41 ปีมาแล้ว ส่วนนางหยี่ตายเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2529 โดยนางหยี่ได้ทำพินัยกรรมเอกสารหมาย ร.5 ยกทรัพย์สินให้ทายาท และตั้งให้นายชลอ เป็นผู้จัดการมรดก นายชลอจัดการมรดกยังไม่เสร็จก็ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นผู้จัดการมรดกคดีมีปัญหาในข้อแรกว่า เดิมศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเฉพาะประเด็นว่า ผู้ร้องหรือผู้คัดค้านสมควรเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่ได้วินิจฉัยว่าพินัยกรรมเอกสารหมาย ร.5ปลอมหรือไม่ ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้กล่าวอ้างว่าพินัยกรรมดังกล่าวเป็นพินัยกรรมที่ผู้ร้องทำปลอมขึ้นมิได้อุทธรณ์ในข้อนี้ เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ผู้ร้องจะอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องอ้างสิทธิในคำร้องขอจัดการมรดกว่าร้องขอในฐานะที่ผู้ร้องเป็นผู้รับพินัยกรรมเพราะมีสิทธิได้รับทรัพย์สินตามพินัยกรรมเอกสารหมาย ร.5 มิได้ร้องขอในฐานะทายาทโดยธรรมด้วย เมื่อผู้คัดค้านอ้างในคำคัดค้านว่าพินัยกรรมดังกล่าวเป็นพินัยกรรมที่ผู้ร้องทำปลอมขึ้น ปัญหาว่าพินัยกรรมปลอมหรือไม่ย่อมเป็นประเด็นที่จำต้องวินิจฉัย เพราะหากพินัยกรรมที่ผู้ร้องอ้างเป็นพินัยกรรมที่ผู้ร้องทำปลอมขึ้นดังคำคัดค้านของผู้คัดค้าน ผู้ร้องย่อมถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1606(5)จึงไม่มีอำนาจร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก แม้ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยประเด็นข้อนี้ผู้ร้องซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดีในศาลชั้นต้นก็มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจที่จะวินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ซึ่งเป็นประเด็นแห่งคดีที่ถูกต้องได้ ปัญหาต่อไปมีว่า แม้พินัยกรรมเอกสารหมาย ร.5 ไม่ปลอมผู้คัดค้านมีสิทธิร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกของนางหยี่หรือไม่ ในข้อนี้ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบรับกันฟังได้ว่านายทวีปซึ่งมีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรมเอกสารหมาย ร.5 ข้อ 9และข้อ 10 ตายก่อนนางหยี่ ข้อกำหนดในพินัยกรรมส่วนนี้จึงเป็นอันตกไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1698(1) และต้องบังคับตามมาตรา 1699 ประกอบมาตรา 1620 วรรคสอง กล่าวคือ ต้องตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดก ซึ่งรวมทั้งผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านในฐานะทายาทโดยธรรมของนางหยี่จึงมีสิทธิร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ปัญหาข้อสุดท้ายมีว่า ผู้ร้องหรือผู้คัดค้านสมควรเป็นผู้จัดการมรดก เห็นว่า การตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ศาลย่อมใช้ดุลพินิจคำนึงถึงความเหมาะสมหรือในพฤติการณ์เพื่อประโยชน์แก่กองมรดกด้วยผู้ร้องนำสืบว่าผู้คัดค้านไม่มีอาชีพเป็นหลักฐาน มีหนี้สินมีภูมิลำเนาจังหวัดเชียงราย เคยทำร้ายและข่มขู่เอาสมบัติจากนางหยี่ส่วนผู้คัดค้านนำสืบว่า ผู้ร้องชอบทะเลาะวิวาทไม่โอบอ้อมอารีเอาแต่ใจตนเองและปฏิเสธว่าไม่เคยทำร้ายนางหยี่มารดา แต่แม้ผู้คัดค้านรับว่าเคยทะเลาะกับนางหยี่และเคยย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่จังหวัดเชียงรายผู้คัดค้านก็มีนางช้อย สุนทรส นางนิยม อภิบาลซึ่งเป็นพี่สาวของทั้งผู้ร้องและผู้คัดค้าน เป็นพยานเบิกความรับรองว่าผู้คัดค้านมีความประพฤติดี ไม่เคยทำร้ายหรือเป็นหนี้สินนางหยี่ดั่งคำพยานผู้ร้อง และเคยมีการงานเป็นหลักฐาน ส่วนข้อที่ผู้คัดค้านอ้างเป็นเหตุว่าไม่สมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกก็เป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อผู้ร้องและผู้คัดค้านต่างมีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718 จึงสมควรตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนางหยี่ร่วมกัน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้อง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6013/2534 นาง บุญ ช่วย วิสุทธิมรรคหรือบุปผเวส ผู้ร้อง นาย บุญ เอก บุปผเวส ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาง บุญ ช่วย วิสุทธิมรรคหรือบุปผเวส · ผู้คัดค้าน - นาย บุญ เอก บุปผเวส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 3136/2524ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 4484/2536ฎีกา 9571/2544ฎีกา 1687/2497ฎีกา 5494/2541ฎีกา 1510/2520ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537ฎีกา 6565/2544ฎีกา 1065/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา