⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 933/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดวิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนแทนการลงโทษทางอาญาแก่จำเลยที่กระทำความผิด ควรพิจารณาถึงความประพฤติและภูมิหลังของจำเลยประกอบด้วย.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยอายุ 17 ปีเศษ เป็นคนเรียบร้อย ไม่เกะกะ ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับโสเภณี ไม่เล่นการพนัน ไม่เที่ยวเตรีกลางคืน จำเลยเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้างานเป็นอย่างดี ขยันทำงานเพื่อเก็บเงินส่งไปให้บิดามารดาและน้อง ๆ เป็นผู้พูดจาสุภาพเรียบร้อย รู้จักกาละเทศะดีมาก เพียงแต่มีนิสัยสู้คน สมควรที่จะใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนแทนการลงโทษทางอาญาแก่จำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม.32 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2506 ม.9 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2506 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนเล็กยาวยิงนายสง่า ธรรมชาติ ๑ นัด โดยเจตนาฆ่า นายสง่าถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ จำเลยให้การว่า กระทำไปเพื่อป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยฆ่าคนโดยประมาท พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเด็กและเยาวชนเห็นว่า จำเลยฆ่าผู้ตายโดยเจตนา ไม่มีลักษณะเป็นการป้องกันตัวพิพากษากลับเป็นว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ จำเลยอายุ ๑๗ ปีเศษ และเป็นผู้มีความประพฤติดี ลดมาตราส่วนโทษตามมาตรา ๗๖ ลงกึ่งหนึ่ง คงจำคุก จำเลยมีกำหนด ๗ ปี ๖ เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเด็กและเยาวชนฟังว่า การกระทำของจำเลยเป็นการฆ่าผู้ตายโดยเจตนา ไม่มีลักษณะเป็นการป้องกันตัว เมื่อพิจารณาถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติและสิ่งแวดล้อมของจำเลยแล้ว ปรากฎว่า ขณะจำเลยกระทำผิด อายุ ๑๗ ปีเศษ เป็นคนเรียบร้อย ไม่เกะกะ ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ไม่เคยยุ่งกับโสเภณี ไม่เล่นการพนัน ไม่เที่ยวเตร่กลางคืน จำเลยเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้างานเป็นอย่างดี ขยันทำงานเพื่อเก็บเงินส่งไปให้บิดามารดาและน้อง ๆ เป็นผู้พูดจาสุภาพเรียบร้อย รู้จักกาละเทศะดีมาก เพียงแต่มีนิสัยสู้คน ใครข่มเหงแล้วมักจะสู้โดยไม่ยอมหนีเท่านั้น สมควรที่จะใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนแทนการลงโทษทางอาญาแก่จำเลย จึงพิพากษาแก้ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการส่งตัวจำเลยไปยังสถานฝึกและอบรมของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กเป็นเวลาขั้นต่ำสามปี ชั้นสูงมีกำหนดอย่าให้เกินกว่าเวลาที่จำเลยมีอายุครบยี่สิบสี่ปีบริบูรณ์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็นและเยาวชน พ.ศ.๒๔๙๔ มาตรา ๓๑(๒) และ ๓๒ และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๐๖ มาตรา ๙,๑๐ นอกจากที่แก้นี้แล้ว ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกเด็กและเยาวชน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2508 อัยการประจำศาลคดีเด็กและเยาวชน จังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายเจียมหรือสมศักดิ์ สระแก้วหรือป่องพรวน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการประจำศาลคดีเด็กและเยาวชน จังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายเจียมหรือสมศักดิ์ สระแก้วหรือป่องพรวน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · โพยม เลขยานนท์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดนครร - นายประการ กาญจนศูนย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม ภัทราคม.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2084/2531ฎีกา 581/2510ฎีกา 1299/2535ฎีกา 306/2521ฎีกา 982/2508ฎีกา 1967/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา