⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2084/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2084/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอนาจารที่นอกเหนือจากการข่มขืนกระทำชำเรา จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นชัดเจน จึงจะถือเป็นความผิดตามกฎหมายได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำอนาจารอย่างอื่นแก่ผู้เสียหายอีก จะถือว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 279 วรรคแรกด้วยหาได้ไม่ ศาลจังหวัดระนองไม่ใช่ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนตามบทวิเคราะห์ศัพท์ ในมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 จึงไม่มีอำนาจเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมในสถานฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดสงขลา ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนฯ มาตรา 31(2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา ม.279 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม.4 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำอนาจารและกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 12 ปี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 279จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 จำเลยอายุ 16 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 แล้ว ลงโทษจำคุก 3 ปี6 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมในสถานฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดสงขลาจนกว่าจำเลยจะมีอายุครบ 20 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหายจริงแล้ววินิจฉัยว่า "แต่สำหรับความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีนั้น ตามข้อเท็จจริงที่ได้ความไม่ปรากฏว่ามีการกระทำอนาจารอย่างอื่นแก่ผู้เสียหายอีก นอกจากการข่มขืนกระทำชำเราอันเป็นความผิดตามมาตรา 277 วรรคแรกอยู่แล้ว จะถือว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 279 วรรคแรกด้วยหาได้ไม่ สำหรับดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลชั้นต้นที่ลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 75 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปี 6 เดือนนั้นชอบแล้ว และเห็นว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา สมควรลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ส่วนที่ศาลชั้นต้นเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมในสถานฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดสงขลา ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนมาตรา 31(2) นั้น ศาลจังหวัดระนองไม่ใช่ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนตามบทวิเคราะห์ศัพท์ในมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 จึงไม่มีอำนาจเปลี่ยนโทษตามมาตรา 31(2)" พิพากษากลับ เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก จำเลยอายุ 16 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามมาตรา 75 ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด2 ปี 4 เดือน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2084/2531 อัยการ ระนอง โจทก์ นาย สุพร หรือ สุภรณ์ โพธิ์ ทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ ระนอง · จำเลย - นาย สุพร หรือ สุภรณ์ โพธิ์ ทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 398/2520ฎีกา 13294/2556ฎีกา 3718/2547ฎีกา 6215/2556ฎีกา 1218/2530ฎีกา 1357/2545ฎีกา 6668/2551ฎีกา 2249/2520ฎีกา 933/2508ฎีกา 6336/2557ฎีกา 233/2552ฎีกา 2915/2566ฎีกา 222/2554ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1774/2536ฎีกา 8595/2553ฎีกา 5557/2555ฎีกา 1880/2546ฎีกา 444/2537ฎีกา 2740/2523ฎีกา 214/2524ฎีกา 3089/2556ฎีกา 3577/2551ฎีกา 117/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา