⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2566/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2566/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ส่อเจตนาจะข่มขืนกระทำชำเรา แม้ยังไม่บรรลุผล ก็เป็นความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้กำลังและอาวุธปืนบังคับจับนมจูบปากและหน้าผู้เสียหายแล้วใช้ของลับกระแทกใส่ของลับของผู้เสียหาย 1 ครั้ง ผู้เสียหายเจ็บและตะโกนขอความช่วยเหลือ จำเลยก็หลบหนีไป ทั้งยังได้ความจากพนักงานสอบสวนว่าตามใบแพทย์ไม่พบเชื่ออสุจิและรอยฟกช้ำจากการถูกข่มขืน ข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่าของลับของจำเลยได้เข้าไปในช่องคลอดของผู้เสียหาย จำเลยจึงยังไม่มีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราดังฟ้อง แต่การกระทำของจำเลยส่อถึงเจตนาว่าจะกระทำชำเราผู้เสียหายมาแต่ต้น จึงเป็นความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๘ ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ ให้จำคุกจำเลย ๑๕ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความตามคำของผู้เสียหายว่าจำเลยใช้กำลังและอาวุธปืนบังคับจับนม จูบปาก และหน้าผู้เสียหายแล้วใช้ของลับใส่ของลับของผู้เสียหายกระแทก ๑ ครั้ง ผู้เสียหายเจ็บและตะโกนขอความช่วยเหลือ จำเลยก็หลบหนีไป แสดงอยู่ในตัวแล้วว่าของลับของจำเลยยังไม่ได้เข้าไปในช่องคลอดของผู้เสียหาย ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้นำพยานหรือหลักฐานอื่นเข้าสืบให้ปรากฏว่า ของลับของจำเลยได้เข้าไปในช่องคลอดของผู้เสียหาย อันจะเป็นการกระทำความผิดฐานกระทำชำเราสำเร็จแล้ว ตรงข้ามกลับได้ความจากพันตำรวจตรีสุนทร ธีระกร พนักงานสอบสวนคดีนี้ว่าตามใบแพทย์ไม่พบเชื้ออสุจิและรอยฟกช้ำจากการถูกข่มขืน พยานหลักฐานของโจทก์จึงยังฟังไม่ได้ว่าของลับของจำเลยได้เข้าไปในช่องคลอดของผู้เสียหาย จำเลยจึงยังไม่มีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราดังฟ้อง แต่การกระทำของจำเลยส่อถึงเจตนาว่าจะกระทำชำเราผู้เสียหายมาแต่ต้น จึงเป็นความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง, ๘๐ จำคุกจำเลย ๑๐ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2566/2530 พนักงานอัยการจังหวัดยะลา โจทก์ นายอารงหรือบราเฮง มะลีแต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยะลา · จำเลย - นายอารงหรือบราเฮง มะลีแต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายประพาฬ อนมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 180/2554ฎีกา 681/2491ฎีกา 19406/2555ฎีกา 892/2497ฎีกา 2182/2567ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 3237/2543ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา