คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่เกิดขึ้นภายหลังจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์และอนาจาร โดยมีลักษณะขาดตอนและไม่ต่อเนื่องกัน ถือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเข้าไปลักทรัพย์แล้วเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำก่อนที่จะกระทำอนาจารผู้เสียหาย เมื่อจำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายแต่ผู้เสียหายขัดขืนจำเลยจึงทำร้ายผู้เสียหายดังนี้ ที่จำเลยทำร้ายผู้เสียหายเป็นการกระทำที่ไม่ต่อเนื่องกับการลักทรัพย์ แต่เป็นการกระทำที่ขาดตอนแยกต่างหากจากกันแล้ว เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 278, 295, 91
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278, 295, 335(1)(8) วรรคสาม เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำอนาจาร จำคุก 1 ปีฐานทำร้ายร่างกาย จำคุก 1 ปี ฐานลักทรัพย์ จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ จำเลยไม่คัดค้าน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าความผิดฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีเป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์ในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ ส่วนความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืนและทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(8) วรรคสาม, 295 ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวจึงยังไม่ระงับไป สำหรับปัญหาข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเข้าไปลักทรัพย์แล้วเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำก่อนที่จะกระทำการอนาจารผู้เสียหาย เมื่อจำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายขัดขืนจำเลยจึงทำร้ายผู้เสียหาย ดังนี้ ที่จำเลยทำร้ายผู้เสียหายเป็นการกระทำที่ไม่ต่อเนื่องกับการลักทรัพย์ แต่เป็นการกระทำที่ขาดตอนแยกต่างหากจากกันแล้ว ไม่ใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทดังที่จำเลยฎีกา หากแต่เป็นการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำหน่ายคดีเฉพาะความผิดฐานกระทำอานาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2537
พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์
นาย ประดิษฐ์ หรือ ประดิษฐ ไขสอาด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นาย ประดิษฐ์ หรือ ประดิษฐ ไขสอาด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · สุวรรณ ตระการพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา