⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6336/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6336/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศของผู้อื่น ถือเป็นการกระทำชำเราตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การกระทำของจำเลยที่ใช้ปากอมอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 3 จากนั้นจับอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 3 ใส่เข้าไปในทวารหนักของจำเลยถือได้ว่าเป็นการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 3 ตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคสอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานกระทำชำเรา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.279

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 317 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 มาตรา 317 (ที่ถูก มาตรา 277 วรรคสาม, มาตรา 317วรรคสาม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี จำคุก 14 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร จำคุก 6 ปี รวมจำคุก 20 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก มาตรา 317 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี จำคุก 3 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร จำคุก 6 ปีรวมจำคุก 9 ปี โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยว่า จำเลยเป็นคนร้ายกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ เห็นว่า ผู้เสียหายที่ 3 และโจทก์ร่วมไม่เคยรู้จักจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุระแวงว่าจะแกล้งปรักปรำจำเลย และเบิกความได้สอดคล้องเชื่อมโยงกันน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 3 เป็นเด็กอายุ 12 ปีเศษ แม้เป็นเด็กผู้ชายแต่ก็ไม่ปรากฏว่าเคยมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ใดมาก่อน ยิ่งผู้เสียหายที่ 3 ถูกจำเลยซึ่งเป็นเพศชายด้วยกันกระทำทางเพศในลักษณะดังกล่าว ย่อมเป็นเรื่องน่าอับอายเชื่อว่าผู้เสียหายที่ 3 เบิกความไปตามความจริง พยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ไม่ผิดตัว ส่วนที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่าผู้เสียหายที่ 3 เบิกความตอบศาลว่าจำเลยซึ่งเดินอยู่หน้ากล้องวีดีโอวงจรปิดไม่ใช่ชายคนที่เรียกผู้เสียหายที่ 3 เข้าไปหา และเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่าจำเลยมีลักษณะคล้ายกับชายคนที่พาไปกระทำชำเรา พยานไม่แน่ใจว่าจะเป็นชายคนที่พาพยานไปกระทำชำเราจริงหรือไม่ และตามคำเบิกความของนายแพทย์ศมสุข ประกอบรายงานความเห็นการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ แสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่ได้กระทำชำเราผู้เสียหายที่ 3 นั้น เห็นว่าข้ออ้างตามฎีกาของจำเลยดังกล่าว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยไว้โดยละเอียดแล้ว ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยซ้ำอีก สำหรับที่จำเลยฎีกาว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยป่วยเป็นโรคร้ายแรงมาก่อน สมรรถภาพทางเพศเสื่อมถอยลงเป็นสาเหตุให้ไม่อาจกระทำความผิดตามฟ้อง และจำเลยไม่ใช่ผู้กระทำความผิดตามฟ้องโจทก์ที่แท้จริง หากแต่ผู้กระทำความผิดที่แท้จริงคือนายสมภพ ซึ่งเป็นพี่ชายร่วมบิดามารดาเดียวกันกับจำเลยนั้นเห็นว่า เป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมต่อไปว่า การกระทำของจำเลยที่ใช้ปากอมอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 3 จากนั้นจับอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 3ใส่เข้าไปในทวารหนักของจำเลยนั้นเป็นความผิดฐานกระทำชำเราตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การใช้ปากและทวารหนักของจำเลยกระทำดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง แล้ว ดังนั้นการกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นความผิดฐานกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 3 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่าเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6336/2557 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นางเยาวลักษณ์ เนียมเตียง โจทก์ร่วม นายกิมจั๊ว กนกมุสิกะกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · โจทก์ร่วม - นางเยาวลักษณ์ เนียมเตียง · จำเลย - นายกิมจั๊ว กนกมุสิกะกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อดิศักดิ์ ปัตรวลี · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · ประยูร ณ ระนอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายธีระศาสตร์ มงคลภัทรสุข · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายก่อพงศ์ สุวรรณจูฑะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1098/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3718/2547ฎีกา 6215/2556ฎีกา 1218/2530ฎีกา 233/2552ฎีกา 2915/2566ฎีกา 222/2554ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2084/2531ฎีกา 1774/2536ฎีกา 8595/2553ฎีกา 5557/2555ฎีกา 1880/2546ฎีกา 3089/2556ฎีกา 3577/2551ฎีกา 117/2534ฎีกา 2269/2544ฎีกา 7847/2547ฎีกา 1817/2552ฎีกา 1839/2538ฎีกา 3218/2549ฎีกา 9672/2552ฎีกา 2849-2850/2550ฎีกา 2568-2569/2526ฎีกา 7233/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา