⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1133/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำชำเราจะสำเร็จได้เพียงแค่การสอดใส่ของลับของจำเลยเข้าไปในของลับของผู้เสียหาย แม้จะยังไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหายจนของลับของจำเลยได้เข้าไปในของลับผู้เสียหายราว 1 องคุลี เช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการกระทำชำเราสำเร็จตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 แล้ว การที่ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่ามีน้ำอสุจิของจำเลยออกมาอยู่ที่ของลับของผู้เสียหายหรือที่ของลับของจำเลยนั้นเป็นเรื่องสำเร็จความใคร่แล้วหรือไม่ เป็นอีกส่วนหนึ่ง ไม่เป็นเหตุให้เห็นว่า จำเลยกระทำชำเราไม่สำเร็จ หรือเป็นเพียงขั้นพยายาม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.75 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจกระทำชำเราเด็กหญิงอนงค์ จันทร์แจ่มใส อายุ ๙ ปี โดยจำเลยใช้กำลังกายจับให้เด็กหญิงอนงค์นอนหงายแล้วจำเลยกระทำชำเราได้สำเร็จ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ จำเลยอายุกว่า ๑๔ ปี แต่ยังไม่เกิน ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามมาตรา ๗๕ ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๓ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราตามมาตรา ๒๗๗,๘๐ ลดมาตราส่วนโทษตามมาตรา ๗๕ แล้ว คงจำคุก ๒ ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาที่ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานกระทำชำเราสำเร็จหรือเป็นเพียงฐานพยายาม โดยวินิจฉัยว่า การที่จำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหายจนของลับของจำเลยได้เข้าไปในของลับของผู้เสียหายราว ๑ องคุลีแล้ว กรณีเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการกระทำชำเราสำเร็จตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ แล้ว ส่วนการที่ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่ามีน้ำอสุจิของจำเลยออกมาอยู่ที่ของลับของผู้เสียหายหรือที่ของลับของจำเลยนั้น เป็นเรื่องสำเร็จความใคร่แล้วหรือไม่ อีกส่วนหนึ่ง ไม่เป็นเหตุให้เห็นว่าจำเลยกระทำชำเราไม่สำเร็จหรือเป็นเพียงขั้นพยายาม พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ ขณะกระทำผิดจำเลยมีอายุ ๑๖ ปี จึงลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๕ ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๑ ปี จำเลยถูกขังเกินกำหนดโทษแล้ว จึงให้ปล่อยตัวจำเลยไป. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2509 อัยการประจำศาลจังหวัดไชยา โจทก์ นายสมคิด จันทร์แจ่มใส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดไชยา · จำเลย - นายสมคิด จันทร์แจ่มใส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดไชยา - นายพลจิตต์ ดียืน · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง วัฒนสิ้งหะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3718/2547ฎีกา 6215/2556ฎีกา 1218/2530ฎีกา 4942/2554ฎีกา 1620/2544ฎีกา 6336/2557ฎีกา 233/2552ฎีกา 2915/2566ฎีกา 222/2554ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2084/2531ฎีกา 996/2536ฎีกา 1774/2536ฎีกา 8595/2553ฎีกา 5557/2555ฎีกา 1880/2546ฎีกา 4049/2536ฎีกา 3089/2556ฎีกา 117/2534ฎีกา 2269/2544ฎีกา 7847/2547ฎีกา 1817/2552ฎีกา 1839/2538ฎีกา 3218/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา