⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2269/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2269/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสมรสที่ชอบด้วยกฎหมายระหว่างชายผู้กระทำความผิดกับเด็กหญิงผู้เสียหายที่อายุเกิน 13 ปี แต่ยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กหญิงนั้นยินยอม และภายหลังศาลอนุญาตให้ทำการสมรสกันได้ หรือเมื่อทั้งสองฝ่ายมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์แล้วย่อมจดทะเบียนสมรสกันได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากศาล จะทำให้ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย ขณะผู้เสียหายอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยผู้เสียหายยินยอม ย่อมเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก แต่ในวรรคท้ายบัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ชายกระทำกับเด็กหญิงอายุกว่า 13 ปี แต่ยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กหญิงนั้นยินยอม และภายหลังศาลอนุญาตให้ชายและเด็กหญิงนั้นสมรสกัน ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ มีความหมายว่าในกรณีที่ชายและเด็กหญิงมีอายุไม่ครบ 17 ปี บริบูรณ์ยังไม่อาจที่จะสมรสกันได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1448 หากจะสมรสกันอันจะทำให้ชายไม่ต้องรับโทษ ต้องมีคำสั่งของศาลอนุญาตให้ทำการสมรส เมื่อศาลอนุญาตให้ทำการสมรสแล้ว ทำให้ชายผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ แต่ขณะที่จำเลยและผู้เสียหายจดทะเบียนสมรสกัน ทั้งจำเลยและผู้เสียหายมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์แล้ว จำเลยและผู้เสียหายย่อมจดทะเบียนสมรสกันได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1448 โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากศาล เมื่อจำเลยและผู้เสียหายจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายอิสสามแล้ว ถือว่าจำเลยและผู้เสียหายเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษอีกต่อไป ตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคท้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธมีดข่มขู่บังคับข่มขืนใจเด็กหญิงแตเร๊าะ หะยีดือราแม ผู้เสียหาย อายุ ๑๔ ปี ไม่ให้ ขัดขืน ทำให้ผู้เสียหายกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต แล้วจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งมิใช่ภริยาของจำเลย โดยผู้เสียหายไม่ยินยอม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ , ๓๐๙ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคแรก จำคุก ๔ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก ๓ ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของจำเลยโดยผู้เสียหายยินยอม ต่อมาจำเลยและผู้เสียหายได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายอิสลามปรากฏตามทะเบียนสมรส สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานีท้ายฎีกา คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยจะต้องรับโทษหรือไม่ เห็นว่า จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย ขณะผู้เสียหายอายุยังไม่เกิน ๑๕ ปี โดยผู้เสียหายยินยอมย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคแรก แต่ในวรรคท้ายบัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ชายกระทำกับหญิงอายุกว่า ๑๓ ปี แต่ยังไม่เกิน ๑๕ ปี โดยเด็กหญิงนั้น ยินยอม และภายหลังศาลอนุญาตให้ชายและเด็กหญิงนั้นสมรสกัน ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ มีความหมายว่าในกรณีที่ชายและเด็กหญิงมีอายุไม่ครบ ๑๗ ปีบริบูรณ์ยังไม่อาจที่จะสมรสกันได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔๘ หากจะสมรสกันอันจะทำให้ชายไม่ต้องรับโทษ ต้องมีคำสั่งของศาลอนุญาตให้ทำการสมรส เมื่อศาลอนุญาตให้ทำการสมรสแล้ว ทำให้ชายผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ แต่คดีนี้ปรากฏว่าขณะที่จำเลยและผู้เสียหายจดทะเบียนสมรสกันนั้นทั้งจำเลยและผู้เสียหายมีอายุครบ ๑๗ ปีบริบูรณ์แล้ว จำเลยและผู้เสียหายย่อมจดทะเบียนสมรสกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔๘ โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากศาล เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยและ ผู้เสียหายจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายอิสลามแล้ว ถือว่าจำเลยและผู้เสียหายย่อมเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษอีกต่อไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคท้าย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคแรกเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2269/2544 พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์ นายรอนิง สุหลง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี · จำเลย - นายรอนิง สุหลง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สบโชค สุขารมณ์ · ชูชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายเอนกชัย อารยะญาณ · ศาลอุทธรณ์ ภาค 9 - นายดิเรก อิงคนินันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3718/2547ฎีกา 6215/2556ฎีกา 1218/2530ฎีกา 6336/2557ฎีกา 233/2552ฎีกา 2915/2566ฎีกา 222/2554ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2084/2531ฎีกา 1774/2536ฎีกา 8595/2553ฎีกา 5557/2555ฎีกา 1880/2546ฎีกา 3089/2556ฎีกา 117/2534ฎีกา 7847/2547ฎีกา 4302/2528ฎีกา 1817/2552ฎีกา 1839/2538ฎีกา 3218/2549ฎีกา 9672/2552ฎีกา 2849-2850/2550ฎีกา 7233/2549ฎีกา 4437/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา