⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1774/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1774/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลจะลงโทษจำเลยในแต่ละกรรมนอกเหนือจากคำฟ้องและคำขอของโจทก์หาได้ไม่ แม้ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้พรากเด็กหญิงผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่โดยผู้เสียหายไม่ยินยอมขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277,317,90 ซึ่งมิได้มีรายละเอียดให้เห็นว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษทุกกรรม ทั้งอ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 มาด้วย ดังนี้แม้ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพรากผู้เยาว์กับข่มขืนกระทำชำเรา อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลจะลงโทษจำเลยในแต่ละกรรมนอกเหนือจากคำฟ้องและคำขอของโจทก์หาได้ไม่ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ โดยให้ลงโทษในความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตาม มาตรา 317 วรรคสาม กรรมเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.317

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยปราศจากเหตุอันสมควรได้พรากเด็กหญิงทัศนีย์ ปทาน ผู้เสียหายซึ่งมีอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร โดยจำเลยได้หลอกลวงผู้เสียหายไปที่บ้านและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่โดยผู้เสียหายไม่ยินยอม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 317, 90 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาเด็กหญิงทัศนีย์ ปทาน ผู้เสียหาย โดยนายมิโด๊ด ปทาน บิดาซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 317 วรรคสาม ให้เรียงกระทงลงโทษ ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา จำคุก 6 ปี ข้อหาพรากผู้เยาว์จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 11 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงโทษจำเลยหลายกรรมเพราะทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดหลายกรรมมานั้น เห็นว่า ตามฟ้องโจทก์มิได้มีรายละเอียดให้เห็นว่าโจทก์มีความประสงค์ให้ลงโทษทุกกรรมทั้งโจทก์อ้างประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 มาด้วย ดังนี้ ศาลจะลงโทษจำเลยแต่ละกรรมนอกเหนือจากคำฟ้องและคำขอของโจทก์และโจทก์ร่วมหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษาลงโทษจำเลยทุกกรรมจึงไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้ไม่มีการฎีกา พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคสาม กรรมเดียว จำคุก 5 ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1774/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ เด็ก หญิง ทัศนีย์ ปทาน โดยนายมิโด๊ด ปทาน บิดา โจทก์ ผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นาย ปรัชญ์ฯ สุชา คำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - เด็ก หญิง ทัศนีย์ ปทาน โดยนายมิโด๊ด ปทาน บิดา · โจทก์ - ผู้แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นาย ปรัชญ์ฯ สุชา คำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมาน เวทวินิจ · ปรีชา ธนานันท์ · จิระ บุญพจนสุนทร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2059/2522ฎีกา 74/2535ฎีกา 2627/2521ฎีกา 7407/2553ฎีกา 2560/2544ฎีกา 7273/2539ฎีกา 5813/2549ฎีกา 2690/2535ฎีกา 4825/2553ฎีกา 852/2490ฎีกา 6247/2545ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 492/2539ฎีกา 6299/2534ฎีกา 4/2508ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6435/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา