⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 262/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยจะโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในชั้นฎีกาอีกไม่ได้ หากจำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ข้อเท็จจริงจึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง จำเลยจะโต้เถียงขึ้นมาในชั้นฎีกาอีกไม่ได้ จำเลยกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 8 ปี โดยการกอดจูบและใช้นิ้วแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศหลายครั้ง โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคสองมีอัตราโทษจำคุกขั้นสูงถึง 15 ปี ศาลอุทธรณ์กำหนดโทษจำคุกจำเลย8 เดือน เป็นการเหมาะสมแล้ว.(ที่มา-เนติ)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.279

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำอนาจารเด็กหญิงพรเพ็ญ อายุ 8 ปีโดยหลอกลวงเข้าไปในป่าสวนมะพร้าว แล้วจับเด็กหญิงพรเพ็ญนอนบนตักแล้วกอดจูบหลายครั้ง โดยเด็กหญิงพรเพ็ญอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้แล้วจำเลยใช้นิ้วแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศของเด็กหญิงพรเพ็ญหลายครั้ง ขอให้ลงโทษตาม ป.อ.มาตรา 279 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 6 เดือนปรับ 3,000 บาทรอการลงโทษจำคุก 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา29, 30 โจทก์อุทธรณ์ขอให้กำหนดโทษสูงขึ้นและไม่รอการลงโทษศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 8 เดือน โดยไม่รอการลงโทษนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาขอให้ลงโทษตามศาลชั้นต้น โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ที่จำเลยอ้างมาในฎีกาบางตอนว่าจำเลยมิได้กระทำผิดนั้น เนื่องจากจำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ข้อเท็จจริงจึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องจำเลยจะโต้เถียงขึ้นมาในชั้นฎีกาอีกหาได้ไม่ ข้อที่จำเลยฎีกาขอลดหย่อนโทษ และให้รอการลงโทษนั้น ปรากฏว่าความผิดที่จำเลยกระทำนั้นกฎหมายวางอัตราโทษจำคุกขั้นสูงไว้ถึง 15 ปี และเมื่อคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วเห็นว่าโทษจำคุกที่ศาลอุทธรณ์กำหนดโดยไม่รอการลงโทษนั้น เป็นการเหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2530 อัยการ เพชรบุรี โจทก์ นาย ทิน พลิ้งพันธ์พู ล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ เพชรบุรี · จำเลย - นาย ทิน พลิ้งพันธ์พู ล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 7988/2551ฎีกา 710/2542ฎีกา 2186/2550ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 3329/2550ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา