⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 667/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 667/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ 2 กับพวกที่ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยมีการผลัดเปลี่ยนกันกระทำและคุมเชิงกัน ถือเป็นการโทรมหญิงตามกฎหมาย การอุ้มผู้เสียหายขึ้นจากเรือเพื่อพาไปข่มขืนกระทำชำเรา โดยไม่มีการกระทำอนาจารอื่นใดอีก ไม่เป็นความผิดฐานกระทำอนาจาร

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 กับพวกอีกหนึ่งคนร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายโดยพวกของจำเลยจับขาผู้เสียหายไว้ให้จำเลยที่ 2 ข่มขืนกระทำชำเราก่อน เสร็จแล้วจำเลยที่ 2 มายืนคุมให้พวกของตนข่มขืนกระทำชำเราอีกจนสำเร็จความใคร่คนละครั้ง เช่นนี้เข้าลักษณะเป็นการโทรมหญิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง จำเลยที่ 2 กับพวกอุ้มผู้เสียหายขึ้นจากเรือเพื่อพาไปข่มขืนกระทำชำเราโดยไม่ปรากฏว่าได้กระทำอนาจารอย่างอื่นแก่ผู้เสียหายอีก จะถือว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ด้วยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังหลบหนีอีก ๑ คนร่วมกันกระทำอนาจารนางสาวบังอร ซ่อนกลิ่น ผู้เสียหายซึ่งมิใช่ภริยาของจำเลยโดยร่วมกันใช้มีดปลายแหลมขู่เข็ญและใช้กำลังประทุษร้ายบีบคอฉุดกระชากอุ้มผู้เสียหายไปเพื่อข่มขืนกระทำชำเรา แล้วจำเลยที่ ๒ กับพวกร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่คนละ ๑ ครั้ง อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๗๘, ๘๓ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้กระทำผิด จำเลยที่ ๒ ได้ร่วมกับผู้อื่นกระทำความผิดดังโจทก์ฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง, ๒๗๘, ๘๓ แต่เห็นว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทจึงให้ลงโทษตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุก ๑๒ ปี จำเลยที่ ๒ ให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุกไว้ ๘ ปี ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาปรึกษาคดีแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า คืนเกิดเหตุผู้เสียหายกับนางสาวลออ ซ่อนกลิ่น น้องสาวขับเรือรับจ้างส่งผู้โดยสารข้ามแม่น้ำปิง จำเลยที่ ๒ กับนายเงาะพวกของจำเลยใช้มีดปลายแหลมจี้ขู่บังคับอุ้มผู้เสียหายไปถึงโคนต้นไม้ห่างเรือประมาณ ๑๐ วา แล้วกดผู้เสียหายให้นอนกับพื้นดิน ขู่ไม่ให้ร้อง นายเงาะ พวกของจำเลยจับขาผู้เสียหายไว้ให้จำเลยที่ ๒ ข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ของจำเลยที่ ๒ ก่อน แล้วจำเลยที่ ๒ ยืนคุมให้พวกของตนข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่อีก ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ ๒ กับพวกเข้าลักษณะเป็นการโทรมหญิง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคสอง แต่ที่ศาลชั้นต้นวางบทกำหนดโทษจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ ด้วยนั้นไม่ถูกต้อง เพราะจากข้อเท็จจริงที่ได้ความไม่ปรากฏว่ามีการกระทำอนาจารอย่างอื่นแก่ผู้เสียหายอีก นอกจากอุ้มผู้เสียหายขึ้นไปจากเรือเพื่อพาไปข่มขืนกระทำชำเราอันเป็นความผิดพลาดมาตรา ๒๗๖ อยู่แล้ว จะถือว่าจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามมาตรา ๒๗๘ ด้วยหาได้ไม่ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗ วรรคสอง, ๘๓ ส่วนกำหนดโทษและลดโทษคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลขั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 667/2521 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายพนม เสือเจริญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายพนม เสือเจริญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร ศรีอรุณ · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุชาติ จิวะชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1927/2515ฎีกา 974-975/2554ฎีกา 1357/2545ฎีกา 6668/2551ฎีกา 2759/2532ฎีกา 2249/2520ฎีกา 949/2530ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2084/2531ฎีกา 891/2521ฎีกา 444/2537ฎีกา 2740/2523ฎีกา 214/2524ฎีกา 51/2517ฎีกา 830/2469ฎีกา 1974/2539ฎีกา 1436/2498ฎีกา 975/2508ฎีกา 250/2510ฎีกา 132/2481ฎีกา 1023/2516ฎีกา 2049/2529ฎีกา 2566/2530ฎีกา 161/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา