⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5100/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5100/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดหลายกรรมที่เจตนานับเนื่องกันและต่อเนื่องกันในเวลาและสถานที่ใกล้เคียงกัน ถือเป็นความผิดกรรมเดียว การปรับบทลงโทษจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้แม้จำเลยมิได้ฎีกาในปัญหานั้น

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยข้อหาทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 จำคุก 20 วันเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลล่างให้ลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218บัญญัติห้ามมิให้คู่ความฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยฎีกาว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว จำเลยข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ร่วมสองครั้งในเวลาใกล้เคียงกันและสถานที่เกิดเหตุครั้งแรกกับครั้งหลังห่างกัน เพียงประมาณ 300 เมตรเจตนาในการข่มขืนกระทำชำเราทั้งสองครั้งยังต่อเนื่องกันอยู่หาได้ขาดตอนไม่ จึงเป็นความผิดกรรมเดียว แม้จำเลยไม่ฎีกาในปัญหาข้อนี้แต่การปรับบทลงโทษจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๓๐ เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอายุ ๒๔ ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของจำเลยโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้เสียหายไม่สมัครใจยินยอม ภายหลังจากที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายดังกล่าวแล้วจำเลยบังคับพาผู้เสียหายไปยังที่อีกแห่งหนึ่งแล้วข่มขืน กระทำชำเราผู้เสียหายอีกเป็นครั้งที่ ๒ หลังจากนั้นจำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหายโดยใช้มือตบศีรษะผู้เสียหายและเตะผู้เสียหายที่บริเวณกลางหลังเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๙๕, ๙๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๓๙๑, ๙๑ ความผิดตามมาตรา ๒๗๖ จำคุกกรรมละ ๑๘ ปีรวม ๒ กรรม จำคุก ๓๖ ปี ความผิดตามมาตรา ๓๙๑ จำคุก ๑ เดือนรวมจำคุก ๓๖ ปี ๑ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมตลอดจนทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งใน สามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำคุก ๒๔ ปี ๒๐ วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็ฯว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคแรก มาตรา ๙๑ ลงโทษจำคุกกระทงละ ๙ ปี ๒ กระทง เป็นจำคุก ๑๘ ปี รวมกับโทษฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา ๓๙๑ เป็นจำคุก ๑๘ ปี ๑ เดือน ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามคงจำคุกจำเลย ๑๒ ปี ๒๐ วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับข้อหาทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกามาด้วยนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย๒๐ วัน เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลล่างให้ลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๘ บัญญัติห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยฎีกาว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาในข้อหาทำร้ายร่างกายมาด้วยจึงไม่เป็นการถูกต้อง ข้อหาทำร้ายร่างกายนี้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนข้อหาข่มขืนกระทำชำเรานั้น ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ร่วมตามฟ้องแต่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการข่มขืนกระทำชำเราที่จำเลยกระทำลงเป็นความผิด ๒ กรรม ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยเพราะการข่มขืนกระทำชำเราครั้งแรกกับครั้งหลังเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน และสถานที่เกิดเหตุครั้งแรกกับครั้งหลังก็ห่างกันเพียงประมาณ ๓๐๐ เมตร แสดงว่าเจตนาในการข่มขืนกระทำชำเราทั้งสองครั้งยังต่อเนื่องกันอยู่หาได้ขาดตอนไม่ จึงเป็นความผิดกรรมเดียว แม้จำเลยไม่ได้ฎีกาในปัญหาข้อนี้ แต่การปรับบทลงโทษจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้และเห็นสมควรปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคแรก เป็นกระทงเดียว และกำหนดโทษเสียใหม่ให้เหมาะสม พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๒๗๖ วรรคแรก ที่แก้ไขแล้ว และมาตรา ๓๙๑ ความผิดตามมาตรา ๒๗๖วรรคแรก ให้จำคุก ๑๘ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามเป็นจำคุก ๑๒ ปีรวมกับโทษจำคุก ๒๐ วัน ตามมาตรา ๓๙๑ ซึ่งถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นให้จำคุกจำเลย ๑๒ ปี ๒๐ วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5100/2533 พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์ นางสาวอินทวา ธนาบูรณ์ โจทก์ร่วม นายยอดชายหรือตู่ ไชยยิ่ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · โจทก์ร่วม - นางสาวอินทวา ธนาบูรณ์ · จำเลย - นายยอดชายหรือตู่ ไชยยิ่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1588/2479ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 4276/2534ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1638/2492ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2813/2566ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา