คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1522/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 276 โดยมิได้ประสงค์ให้ลงโทษฐานโทรมหญิงด้วย เมื่อผู้เสียหายกับจำเลยตกลงยอมความกัน คดีย่อมระงับไปตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายสำเร็จความใคร่คนละหนึ่งครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 โดยมิได้กล่าวว่าการกระทำของจำเลยมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง และอ้างประมวลกฎหมายอาญามาตรา 281 นั้น เห็นได้ว่าโจทก์มิได้ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยฐานโทรมหญิงด้วย เมื่อผู้เสียหายกับจำเลยตกลงยอมความกัน คดีย่อมระงับไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๐๕ เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้งสองกับบุคคลอื่นอีกหลายคนได้บังอาจสมคบร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรานางสาวอ้อย พานภิรมย์ ซึ่งมิใช่ภรรยาของจำเลย โดยจำเลยกับพวกใช้กำลังกายฉุดคร่าห์บังคับขู่เข็ญว่าจะทำร้ายนางสาวอ้อยและนางสาวอ้อยอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จำเลยทั้งสองได้ข่มขืนกระทำชำเรานางสาวอ้อย สำเร็จความใคร่คนละหนึ่งครั้ง เหตุเกิดที่ตำบลลุมพินี อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖
จำเลยปฏิเสธ
ต่อมาโจทก์จำเลยและนางสาวอ้อย ผู้เสียหายมาศาล จำเลยทั้งสองตกลงใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย รับไป ๒,๑๐๐ บาทต่อหน้าศาล ผู้เสียหายแถลงว่าไม่ติดใจเอาความแก่จำเลย โจทก์แถลงว่าไม่คัดค้าน และว่าคดียอมความกันได้ตามกฎหมาย ศาลเห็นว่าคดียอมความกันได้ เมื่อผู้เสียหายกับจำเลยตกลงยอมความกันคดีเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป
โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการโทรมหญิง จึงยอมความกันไม่ได้ ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญา สั่งให้ดำเนินการพิจารณาใหม่
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องของโจทก์บรรยายแต่เพียงว่า จำเลยกับพวกได้ใช้กำลังกายฉุดคร่าห์บังคับขู่เข็ญว่าจะทำร้ายนางสาวอ้อย และจำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเรานางสาวอ้อยจนสำเร็จความใคร่คนละหนึ่งครั้งเท่านั้น ไม่ปรากฎข้อเท็จจริงพอที่จะให้เข้าใจได้ว่า การกระทำของจำเลยเข้าลักษณะเป็นการโทรมหญิงดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ อันเป็นบทที่ว่าด้วยการข่มขืนกระทำชำเราธรรมดาเท่านั้น ส่วนการกระทำผิดอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงนั้นได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๑ ฟ้องโจทก์จึงมิประสงค์ให้ลงโทษฐานโทรมหญิง ส่วนคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๔๕/๒๕๐๐ นั้น ตามคำฟ้องได้บรรยายรายละเอียดไว้แตกต่างกับคดีนี้และมีข้อความชัดเจนว่าเป็นการโทรมหญิง และได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๑ ด้วย ทั้งข้อเท็จจริงที่ปรากฎตามทางพิจารณาก็แตกต่างกับคดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ยกอุทธรณ์โจทก์นั้นชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1522/2506
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายถาวร อัมพวา ที่ 1 นายสวน มะลิวัลย์ หรือไชยศิริที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายถาวร อัมพวา ที่ 1 นายสวน มะลิวัลย์ หรือไชยศิริที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถขจรนิติปคุณ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายเฉลิม สถิตย์ทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายถาวร หุตะโกวิท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา