⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 617/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดื่มสุราจนขาดสติไม่ใช่เหตุที่จะอ้างเพื่อลดหย่อนผ่อนโทษได้ และการรับสารภาพโดยจำนนต่อพยานหลักฐานก็ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอันจะได้รับการบรรเทาโทษ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยสมัครใจดื่มสุราเองและขณะกระทำความผิดก็มีความรู้ผิดชอบเป็นอย่างดีจะอ้างว่าได้กระทำความผิดไปด้วยความไร้สติ ไม่รู้ผิดรู้ชอบและไม่สามารถบังคับตนเองได้อันเนื่องมาจากจำเลยดื่มสุรา เป็นข้ออ้างให้ศาลลดหย่อนผ่อนโทษหาได้ไม่ หลังจากผู้ตายร้องให้ช่วยประมาณ 5 นาทีเศษ ว. กับพวกได้ไปยังที่เกิดเหตุพบรอยหญ้าราบจากไหล่ถนนลงไปในคูน้ำ มีจำเลยซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ และต่อมาได้พบศพผู้ตายอยู่ห่างจากที่จำเลยซ่อนตัวอยู่ประมาณ 1 ศอกที่ตัวผู้ตายและตัวจำเลยมีบาดแผล แสดงว่าผู้ตายต่อสู้ขัดขวางจำเลย เมื่อตรวจศพผู้ตายหลังจากเกิดเหตุประมาณ 7 ชั่วโมงเศษก็พบน้ำอสุจิและตัวอสุจิในช่องคลอดผู้ตายจำนวนมาก สาเหตุที่ตายเพราะขาดอากาศเนื่องจากถูกบีบคอและสำลักน้ำ ข้อเท็จจริงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายและฆ่าผู้ตายโดยวิธีกดให้จมน้ำจนสำลักน้ำตายเพื่อปกปิดความผิดของจำเลย โดยไม่จำเป็นต้องนำคำรับสารภาพของจำเลยมาประกอบการพิจารณา ดังนั้น การที่จำเลยให้การรับสารภาพจึงหาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอันจะเป็นเหตุให้ได้รับการบรรเทาโทษไม่ เพราะจำเลยให้การรับสารภาพโดยจำนนต่อพยานหลักฐาน การกระทำความผิดครั้งแรกมิใช่เหตุบรรเทาโทษที่จะลดโทษได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.65 ประมวลกฎหมายอาญา ม.66 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้พกพาอาวุธมีดปลายแหลม ๑ เล่มไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และจำเลยได้ใช้กำลังและมีดทำร้ายนางจิตรลดาผู้ตาย กดร่างผู้ตายให้ใบหน้าอยู่ใต้คูน้ำสาธารณะจนผู้ตายสำลักน้ำสลบไป แล้วจำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้ตาย ๑ ครั้ง หลังจากนั้นได้นำร่างของผู้ตายซึ่งยังสลบอยู่ทิ้งลงไปในคูน้ำโดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้ผู้ตายจมน้ำตาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๒๗๖, ๒๘๙, ๓๗๑ และริบมีดของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ จำคุก ๒๐ ปี ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ปรับ ๑๐๐ บาท และผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ ให้ประหารชีวิตจำเลย เมื่อศาลได้พิพากษาประหารชีวิตจำเลยอันเป็นโทษสูงสุดแล้ว จึงไม่อาจเรียงกระทงลงโทษในข้อหาอื่น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาขอให้ลดโทษประหารชีวิตโดยอ้างว่า (๑) จำเลยกระทำไปด้วยความไร้สติ ไม่รู้ผิดชอบและไม่สามารถบังคับตนเองได้อันเนื่องมาจากจำเลยดื่มสุรา (๒) จำเลยรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยมิต้องขู่เข็ญบังคับใด ๆ ทั้งสิ้น (๓) จำเลยกระทำความผิดครั้งนี้เป็นครั้งแรก ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้ออ้างของจำเลยข้อแรกนั้น ได้ความว่าจำเลยสมัครใจดื่มสุราเองและขณะกระทำความผิดก็มีความรู้ผิดชอบเป็นอย่างดี จะอ้างว่าได้กระทำความผิดไปด้วยความไร้สติ ไม่รู้ผิดรู้ชอบและไม่สามารถบังคับตนเองได้ อันเนื่องมาจากจำเลยดื่มสุรา เป็นข้ออ้างให้ศาลลดหย่อนผ่อนโทษหาได้ไม่ ข้ออ้างของจำเลยข้อต่อมา เห็นว่า โจทก์มีพยานแวดล้อมกรณี คือหลังจากผู้ตายร้องช่วยด้วย ๆ สองครั้งติด ๆ กันประมาณ ๕ นาทีเศษ นายวิชัยกับพวกก็ได้ไปยังที่เกิดเหตุ ฉายไฟดูพบรอยหญ้าราบจากไหล่ถนนลงไปในคูน้ำมีรอยต่อสู้กันมีจำเลยซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ และต่อมาก็ได้พบศพผู้ตายอยู่ห่างจากที่จำเลยซ่อนตัวอยู่ประมาณ ๑ ศอก ขณะนั้นเป็นเวลา ๑ นาฬิกาเศษ ปกติชนย่อมไม่ไปหลบซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำดังเช่นจำเลย ที่ตัวผู้ตายและที่ตัวจำเลยก็มีบาดแผลด้วยกัน แสดงว่าผู้ตายต่อสู้ขัดขวางจำเลยเห็นได้โดยไม่มีความสงสัยเลยว่าจำเลยได้กระทำผิดมาแล้วสด ๆ เมื่อได้ทำการตรวจศพผู้ตายหลังจากเกิดเหตุประมาณ ๗ ชั่วโมงเศษก็พบน้ำอสุจิในช่องคลอดและพบตัวอสุจิในช่องคลอดผู้ตายจำนวนมาก สาเหตุที่ผู้ตายตายเพราะขาดอากาศเนื่องจากถูกบีบคอและสำลักน้ำดังนี้แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานมาเบิกความประกอบ ข้อเท็จจริงก็ฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายและฆ่าผู้ตายโดยวิธีกดให้จมน้ำจนสำลักน้ำตายเพื่อปกปิดความผิดของจำเลย โดยไม่จำเป็นต้องนำคำรับสารภาพของจำเลยมาประกอบการพิจารณา ดังนั้นการที่จำเลยให้การรับสารภาพก็ดี นำเจ้าพนักงานไปชี้ที่เกิดเหตุแสดงท่าทางให้ถ่ายภาพไว้ก็ดี จึงหาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอันจะเป็นเหตุให้ได้รับการบรรเทาโทษไม่เพราะจำเลยให้การรับสารภาพโดยจำนนต่อพยานหลักฐาน ส่วนข้ออ้างของจำเลยข้อสุดท้าย เห็นว่า การกระทำความผิดครั้งแรกไม่ใช่เหตุบรรเทาโทษที่จะลดโทษได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2526 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ นายประเสริฐหรือหมัน ฉิมเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร · จำเลย - นายประเสริฐหรือหมัน ฉิมเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม · ประกอบ วณิคพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายสมคิด ไตรโสรัส · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชิต บุญถนอม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 1597/2522ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1672/2569ฎีกา 19406/2555ฎีกา 619/2513ฎีกา 682/2469ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1790/2521ฎีกา 5806/2534ฎีกา 414/2529ฎีกา 6675/2531ฎีกา 132/2481ฎีกา 667/2521ฎีกา 45/2484ฎีกา 1189/2537ฎีกา 1530/2512ฎีกา 1017/2465ฎีกา 2104/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา