คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จที่ทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง โดยการไขข่าวแพร่ข่าว หรือโดยการให้ภาพ หรือโดยการพิมพ์ หรือโดยการโฆษณาด้วยวิธีอื่นใด มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326.
ย่อคำพิพากษา
เมื่อทะเบียนตำรับยาซึ่งห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทยเกษมผู้เสียหายได้ขึ้ยทะเบียนไว้ ได้ถูกยกเลิกไปโดยผลแห่งพระราชบัญญัติการขายยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2505 มาตรา 15 วรรคแรกแล้ว จำเลยจะอาศัยทะเบียนตำรับยาดังกล่าวสั่งยาเข้ามาจำหน่ายอีกไม่ได้ มาตรา 15 วรรค 2 บัญญัติยกเว้นให้เฉพาะเจ้าของผู้ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้แล้วเท่านั้น โดยผ่อนผันให้ขายยาเก่าไปได้อีก 1 ปี หาได้ร่วมถึงบุคคลอื่นซึ่งอาศัยทะเบียนตำรับยาของคนอื่นสั่งยาเข้ามาจำหน่ายดังกรณีของจำเลยไม่
จำเลยรู้ดีแล้วว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยเกษมผู้เสียหายเป็นผู้ขึ้นทะเบียนตำรับยาสำเร็จรูปเลขที่ 869/2502 ไว้ก่อนแล้ว หาใช่ห้างหรือบริษัทอื่นไม่ ดังนี้ การที่จำเลยประกาศโฆษณาว่า มีบุคคลกระทำผิดกฎหมายเลียนแบบผลิตยาออกจำหน่าย ทั้งยังแอบอ้างใช้เลขทะเบียนปิดอยู่หน้ากล่าองยา เช่นนี้ ย่อมเข้าใจได้ว่าหมายถึงห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยเกษม ผู้เสียหายเป็นผู้ปลอมแปลงผลิตยาเลียนแบบออกจำหน่าย อันเป็นเท็จ เจตนาจะให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยเกษมเสียความเชื่อถือโดยมุ่งประโยชน์แก่การค้าของจำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 272.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.272 พระราชบัญญัติการขายยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2505 ม.3 พระราชบัญญัติการขายยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2505 ม.11 พระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ.2493 ม.3 พระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ.2493 ม.4 พระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ.2493 ม.14 พระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ.2493 ม.15 พระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ.2493 ม.31 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๒ ร่วมกันกระทำผิด คือ (ก) ระหว่างวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ถึง ๙ กันยายน ๒๕๐๕ นำยาเม็ดชื่อเขี่ยงชิมอันเป็นยาสำหรับคนบริโภค ซึ่งผลิตหรือปรุงขึ้นตามตำรับนอกตำราฟาร์มาโคเปีย หรือตำราใด ๆ ซึ่งรัฐมนตรีประกาศระบุไว้ในราชกิจจานุเบกษาเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย โดยไม่มีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาตามกฎหมาย (ข) ระหว่าง ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ถึง ๕ ตุลาคม ๒๕๐๖ ร่วมกันขายยาดังกล่าว (ค) ระหว่างวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๐๕ ถึงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๐๕ ร่วมกันไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความเท็จ เพื่อให้เสียความเชื่อถือในสถานที่การค้า สินค้าและการพาณิชย์การเกี่ยวกับยาดังกล่าวของห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยเกษมผู้เสียหายโดยมุ่งหมายแก่การค้าของจำเลย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ.๒๔๙๓ มาตรา ๑๔,๑๕,๓๑ พระราชบัญญัติการขายยา(ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๐๕ มาตรา ๓,๑๑ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒
จำเลยทั้ง ๒ ให้การปฏิเสธ
ศาลแขวงพระนครใต้เห็นว่าตามฟ้องและข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายรับกันพอแก่การวินิจฉัยคดีได้แล้ว ให้งดสืบพยานและพิพากษาว่า จำเลยทั้ง ๒ ผิดตามพระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔,๑๕,๓๑ และ พระราชบัญญัติการขายยา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๐๕ มาตรา ๓,๑๑ ปรับจำเลยคนละ ๓๐๐ บาทข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒ จำเลยไม่ผิดให้ยกฟ้อง เฉพาะข้อนี้
โจทก์จำเลยทั้ง ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยทั้ง ๒ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒ ด้วย ปรับคนละ ๕๐๐ บาท นอกนั้นยืน
จำเลยทั้ง ๒ ฎีกาขอให้ปล่อยจำเลย
ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติการขายยา(ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๐๕ มาตรา ๑๕ บัญญัติให้ยกเลิกการขึ้นทะเบียนตำรับยาที่ได้กระทำไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และมาตรา ๒ ให้พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พระราชบัญญัติดั่งกล่าวนี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๐๕ ฉะนั้น ทะเบียนตำรับยาเลขที่ ๘๖๙/๒๕๐๒ ซึ่งผู้เสียหายได้ขึ้นทะเบียนไว้ต่อกระทรวงสาธารณสุขจึงถูกยกเลิกไปตั้งแต่ วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๐๕ แล้ว จำเลยจะอาศัยทะเบียนตำรับยาเลขที่ ๘๖๙/๒๕๐๒ สั่งยาเขี่ยงซิมของบริษัทยู่เซ็ง ไต้หวัน เข้ามาจำหน่ายภายหลังที่ทะเบียนตำรับยาได้ถูกยกเลิกไปแล้วหาได้ไม่ ส่วนมาตรา ๑๕ วรรค ๒ ที่บัญญัติว่า ส่วนยาที่ได้ยกเลิกการขึ้นทะเบียนดังกล่าวให้ขายได้ต่อไปอีกภายในกำหนด ๑ ปีนั้น กฎหมายก็ยกเว้นให้เฉพาะเจ้าขอผู้ขึ้นทะเบียนดังกล่าวให้ขายได้ต่อไปอีกภายในกำหนด ๑ ปีนั้น กฎหมายก็ยกเว้นให้เฉพาะเจ้าของผู้ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้แล้วเท่านั้นโดยผ่อนผันให้ขายยาเก่าไปได้อีก ๑ ปี หาได้รวมถึงบุคคลอื่นซึ่งอาศัยทะเบียนตำรับยาของคนอื่นสั่งยาเข้ามาจำหน่ายดังกรณีของจำเลยนี้ไม่ การขึ้นทะเบียนตำรับยาที่กระทำไปก่อนแล้วทั้งหมดเป็นอันยกเลิกไปสิ้น จะต้องทำการขึ้นทะเบียนตำรับยากันใหม่อีก ทั้งจำเลยรับว่าได้ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนตำรับยาดังกล่าวตั้งแต่มิถุนายน ๒๕๐๕ จนบัดนี้กระทรวงสาธารณสุขก็ยังไม่อนุญาต ฉะนั้นเมื่อทะเบียนตำรับยาที่ ๘๖๙/๒๕๐๒ มิใช่ทะเบียนที่จำเลยได้ขอขึ้นเอาไว้ จำเลยย่อมไม่ได้รับประโยชน์จากการผ่อนผันตามมาตรา ๑๕ วรรค ๒ เมื่อจำเลยรับตามฟ้อง จำเลยจึงมีความผิด
ส่วนที่จำเลยลงประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์จีนมีข้อความตามคำแปลว่า ตามทะเบียนยาสำเร็จรูปของกรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทยที่ ๘๖๙/๒๕๐๒ เป็นทะเบียนยาเม็ดเขี่ยงซิมของโรงงานอิวแซไต้หวัน แต่เนื่อจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีบุคคลกระทำผิดกฎหมายเลียนแบบผลิตออกจำหน่าย ทั้งยังแอบอ้างใช้เลขทะเบียนปิดอยู่หน้ากล่องยา การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำผิดต่อกฎหมาย นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ประกาศฉบับนี้มิได้ระบุชื่อผู้เสียหาย แต่จำเลยรู้ดีแล้วว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยเกษมผู้เสียหายเป็นผู้ขึ้นทะเบียนตำรับยาสำเร็จรูปเลขที่ ๘๖๙/๒๕๐๒ ไว้ก่อนแล้ว หาใช่ห้างหรือบริษัทอื่นใดเป็นผู้ขึ้นทะเบียนเลขที่ดังกล่าวไว้ไม่ เช่นนี้ ย่อมเข้าใจได้ว่าจำเลยหมายถึงห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยเกษมผู้เสียหายเป็นผู้ปลอมแปลงผลิตยาเลียนแบบออกจำหน่าย อันเป็นความเท็จ ซึ่งบ่งเจตนาของจำเลยที่จะให้ผู้เสียหายเสียความเชื่อถือโดยมุ่งประโยชน์แก่การค้าของจำเลย จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๒ อีกด้วย พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2508
ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดเซ็นเท็กซ์ฟามาเกิ้ล โดยนายสุจินต์ แพเจริญสุข ที่ 1 นายสุ
จินต์ แพเจริญสุข ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ · นายสุ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเซ็นเท็กซ์ฟามาเกิ้ล โดยนายสุจินต์ แพเจริญสุข ที่ 1 · จำเลย - จินต์ แพเจริญสุข ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท สุมาวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · เพรียง โรจนรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครใต้ - นายพิชัย วุฒิจำนงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทองคำ จารุเหติ. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา