คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1561-1564/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลูกหนี้มีสิทธิโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้และอุทธรณ์คำสั่งศาลในคดีล้มละลายได้
ผู้ทรงเช็คมีสิทธิขอรับชำระหนี้ได้ แม้ว่าหนี้นั้นจำเลยจะเป็นลูกหนี้ผู้อื่นก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
การสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และการพิจารณาของศาลเรื่องเจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้เป็นกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย ซึ่งมาตรา 22,24 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายไม่ห้ามลูกหนี้ที่จะดำเนินการกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายต่อสู้คดีเรื่องเจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ และตามมาตรา 106 ให้สิทธิลูกหนี้ที่จะโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ได้ ดังนั้น เมื่อศาลสั่งอนุญาตให้รับชำระหนี้ได้ ลูกหนี้ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 153 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ไม่ต้องห้ามตามประราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 22
เมื่อผู้ขอรับชำระหนี้เป็นผู้ทรงเช็คที่จำเลยผู้ล้มละลายออกให้ ย่อมมีสิทธิขอรับชำระหนี้ได้ แม้ว่าหนี้นั้นจำเลยจะเป็นลูกหนี้ผู้อื่นก็ตาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ ศาลพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย มีเจ้าหนี้หลายรายขอรับชำระหนี้ คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาเฉพาะเจ้าหนี้ ๔ ราย คือ นายเปล่ง นายจี้ตง นายคล้าย และนายสมาน ซึ่งศาลสั่งเห็นชอบตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ให้เจ้าหนี้ทั้งสี่นี้รับชำระหนี้ได้นอกจากหนี้ตามเช็คของนายจี้ตง ๒ ฉบับ ซึ่งขาดอายุความ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่านายเปล่งขอรับชำระหนี้ตามเช็คในฐานะส่วนตัว แต่ได้ความว่าจำเลยเป็นลูกหนี้บริษัทใช้เฮงหลี นายเปล่งจึงไม่ใช่เจ้าหนี้ของจำเลยตามเช็ครายนี้ ไม่มีอำนาจขอรับชำระหนี้ พิพากษากลับให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของนายเปล่ง ส่วนคำขอรับชำระหนี้รายอื่นพิพากษายืน
นายเปล่งและจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่นายเปล่งฎีกาว่าจำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์เพราะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๒๒ นั้น เห็นว่าการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และการพิจารณาของศาลเรื่องเจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ เป็นกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย ซึ่งมาตรา ๒๒,๒๔ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย ไม่ห้ามลูกหนี้ที่จะดำเนินการกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย และตามมาตรา ๑๐๖ ให้สิทธิแก่ลูกหนี้ที่จะโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ได้ ดังนั้น เมื่อศาลสั่งอนุญาตให้ชำระหนี้ได้ ลูกหนี้ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา ๑๕๓ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๓ ไม่ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา ๒๒
ปรากฏว่าเช็คสั่งจ่ายแก่ผู้ถือ และอยู่ในความครอบครองของนายเปล่ง จึงถือว่านายเปล่งเป็นผู้ทรงเช็คซึ่งจำเลยต้องรับผิดชดใช้ตามเช็คนั้น นายเปล่งจึงเป็นเจ้าหนี้มีอำนาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้
ส่วนหนี้รายอื่นก็ฟังว่าจำเลยเป็นลูกหนี้จริง
จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะหนี้ของนายเปล่ง ให้บังคับตามคำสั่งศาลชั้นต้น นอกนั้นพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1561 - 1564/2509
ธนาคารไทยพัฒนา จำกัด โจทก์
นางกัญญา ธนสุกาญจน์ จำเลย
นายเปล่ง ติตตานันทวงษ์ กับพวกรวม 4 คน ผู้ขอรับชำระหนี้
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารไทยพัฒนา จำกัด · จำเลย - นางกัญญา ธนสุกาญจน์ · ผู้ขอรับชำระหนี้ - นายเปล่ง ติตตานันทวงษ์ กับพวกรวม 4 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เพรียง โรจนรัส · จิตติ ติงศภัทิย์ · ไฉน บุญยก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายจรัส พ่วงภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ทองลงยา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา