⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 369/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันระหว่างสามีภริยาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แม้จะรุนแรง แต่หากไม่มีลักษณะที่จะเป็นเหตุให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถเป็นสามีภริยาต่อไปได้ อาจไม่เพียงพอที่จะเป็นเหตุให้ศาลสั่งให้แยกกันอยู่ได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยชอบดุด่า ชอบเสพสุรา เคยฟันโจทก์ 2 ครั้งที่แขนซ้ายและมือซ้าย เคยเอากาแฟร้อนสาดหน้าและต่อยโจทก์ และโจทก์ก็เคยฟันจำเลยถึงกระดูกนิ้วขาด แม้จะนับได้ว่าเป็นเรื่องรุนแรงอยู่มากแต่ก็เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวจากการที่ได้เป็นสามีภริยากันมารวม 2 ระยะ เป็นเวลาประมาณ 7 - 8 ปี แล้ว ถือว่าไม่มีลักษณะจะเป็นเหตุที่โจทก์จะขอให้ตนแยกอยู่ต่างหากจากจำเลยดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1455. หมายเหตุ เหตุตามที่ฟ้องนี้อาจฟ้องขอหย่าได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1500(2) แต่ขาดอายุความแล้ว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1455

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างอยู่กินเป็นสามีภรรยากัน จำเลยได้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง โดยเสพสุราเมาเป็นอาจิณ และทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรง ด่าว่าโจทก์อย่างหยาบช้าสามานย์ และใช้กำลังทำร้ายร่ายกายอย่างทารุณ ถ้าอยู่ร่วมกันต่อไปจะเป็นอันตรายแก่อนามัย และทำลายความผาสุกอย่างมากของโจทก์ โจทก์ต้องออกจากบ้านไปอาศัยอยู่กับญาติและไม่สามารถเลี้ยงตนเองได้ ขอให้ศาลสั่งให้โจทก์แยกกันอยู่กินกับจำเลยและให้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู จำเลยให้การว่า จำเลยได้อุปการะเลี้ยงโจทก์อย่างดีที่สุด แต่โจทก์ประพฤติตัวชั่วช้าสามานย์ ลักลอบเล่นการพนันผลาญทรัพย์เป็นอาจิณถูกตำรวจจับเรื่องเล่นการพนันส่งฟ้องศาลได้รับโทษถึง ๒ ครั้ง เอาค่าใช้จ่ายประจำเดือน หลอกเก็บดอกเบี้ยจากลูกหนี้ และค่าเช่าจากผู้เช่าเอาไปเล่นการพนัน เป็นเจ้ามือเถื่อนสลากกินรวบ และลักเอาเครื่องทองรูปพรรณสินเดิมของจำเลยไปจำนำ โจทก์ทิ้งร้างจำเลยไปด้วยความสมัครใจของโจทก์เอง จำเลยไม่มีหน้าที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้โจทก์อยู่ต่างหากกับจำเลย ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เหตุต่าง ๆ ดังที่โจทก์ยกขึ้นอ้างและเบิกความถึง จะเกิดขึ้นเสมอ ๆ จนแทบจะกล่าวได้ว่าเป็นปกติหรือไม่ ไม่ปรากฏ ถ้าหากเป็นแต่เพียงเกิดขึ้นบ้างเป็นครั้งคราว จากการที่ได้เป็นสามีภริยากันมารวม ๒ ระยะ เป็นเวลาประมาณ ๗-๘ ปีแล้ว ก็น่าจะไม่ใช่เป็นเรื่องถึงกับจะเป็นเหตุให้แยกกันอยู่ได้ แม้จะปรากฏว่าจำเลยได้ฟันโจทก์ ๒ ครั้งที่แขนซ้ายและมือซ้าย กับเอากาแฟร้อนสาดหน้าและต่อยโจทก์ก็ดี แต่ก็ปรากฏว่าโจทก์ก็ฟันจำเลยถึงกระดูกนิ้วขาด และเหตุดังกล่าวนี้แม้จะนับได้ว่าเป็นเรื่องรุนแรงอยู่มากก็ดี ก็ไม่มีลักษณะจะเป็นเหตุที่โจทก์จะขอให้ตนแยกอยู่ต่างหากจากจำเลยดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๕๕ นั้นได้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2509 นางสำรวล สุทัศน์ ณ อยุธยา โจทก์ หลวงดุลยศาฐย์ปฏิเวท จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสำรวล สุทัศน์ ณ อยุธยา · จำเลย - หลวงดุลยศาฐย์ปฏิเวท
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายพร สมบัติศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายธงไชย จาตุรงคกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1832/2527ฎีกา 1320/2506ฎีกา 763/2497ฎีกา 97/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา