คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่โจทก์ฟ้องคดีใหม่โดยขอแบ่งทรัพย์สินโดยไม่ระบุส่วนหรือด้านที่พิพาทแตกต่างจากคดีก่อนที่ระบุส่วนและด้านที่พิพาทไว้ชัดเจน ถือว่าคำขอท้ายฟ้องแตกต่างกัน จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ
2. เมื่อทรัพย์สินเป็นของบุคคลหลายคนรวมกัน ให้สันนิษฐานว่าแต่ละคนมีส่วนเท่ากัน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้เป็นอย่างอื่น
3. การแบ่งทรัพย์สินตามกฎหมาย หากสภาพทรัพย์สินสามารถแบ่งได้ ไม่ควรบังคับให้ประมูลขายทอดตลาดก่อน
ย่อคำพิพากษา
คดีก่อนกับคดีนี้ โจทก์จำเลยเป็นคู่ความเดียวกันส่วนมาก ที่พิพาทก็แปลงเดียวกัน ข้อเท็จจริงในคำฟ้องก็บรรยายในทำนองเดียวกัน แต่คำขอต่างกันโดยฟ้องคดีก่อน โจทก์ขอแบ่งที่พิพาทด้านตะวันออกและตะวันตกเฉียงเหนือเป็นของโจทก์ครึ่งหนึ่ง แต่คำขอคดีนี้ขอแบ่งที่พิพาทครึ่งหนึ่งเฉย ๆ ไม่ระบุด้าน ถ้าตกลงแบ่งกันไม่ได้ ก็ให้ประมูลหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินแก่โจทก์จำเลยตามส่วน ดังนี้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
ทรัพย์เป็นของบุคคลหลายคนรวมกัน ในเบื้องต้นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากัน เว้นแต่เจ้าของรวมฝ่ายหนึ่งจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีส่วนได้พิเศษมากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง
การแบ่งทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 วรรค 2 นั้น เมื่อสภาพของที่พิพาทควรแบ่งกันได้ ก็ยังไม่ควรบังคับให้ประมูลราคากันก่อน.
(อ้างฎีกาที่ 1993/2500)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทร่วมกันมากับผู้มีชื่อและจำเลย โจทก์กับจำเลยจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินรวมกันมาตามส่วน โจทก์มีความประสงค์จะแบ่งแยกที่ดินส่วนของโจทก์และได้เจรจากับจำเลยแล้ว จำเลยเกี่ยงจะเอาที่ดินส่วนด้านทิศตะวันออกซึ่งมีราคาสูง จึงตกลงกันไม่ได้ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง หรือให้ประมูลหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน
จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยได้ครอบครองที่ดินด้านตะวันออกเฉพาะส่วนแต่ละคนมาด้วยความสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของสืบต่อจากผู้มีชื่อมา ๑๒ ปีแล้ว โจทก์หรือบิดามารดาโจทก์ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง จำเลยก็ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินทางซีกตะวันตก แม้โจทก์จำเลยจะเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกันตามคำพิพากษาแต่โจทก์ก็แสดงการครอบครองและเก็บค่าเช่าและผลประโยชน์อื่น ๆ จากที่ดินซีกตะวันตกนั้นแต่ผู้เดียว แสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์จำเลยว่าต่างมีเจตนาครอบครองที่ดินฝ่ายละซีกเป็นส่วนสัดตลอดมาแล้ว ที่ดินทั้ง ๒ ซีกมีราคาเท่ากัน การที่โจทก์ขอศาลให้ประมูลหรือขายทอดตลาดที่ดินทั้งแปลงเอาเงินแบ่งกันนั้น เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้ศาลแบ่งที่ดินให้โจทก์ครึ่งหนึ่งทางซีกตะวันตก
ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ไม่ได้ เป็นฟ้องซ้ำ และคำพิพากษาในคดีก่อนผูกพันจำเลย จำเลยจะยกข้อโต้เถียงเช่นเดียวกับคดีก่อนให้นอกเหนือคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้ว หามีผลไม่ และเมื่อโจทก์จำเลยมีกรรมสิทธิ์รวมกัน แต่ตกลงแบ่งที่กันไม่ได้ ก็ให้แบ่งทรัพย์พิพาทโดยประมูลหรือขายทอดตลาดทั้งแปลง แล้วแบ่งเงินกันระหว่างโจทก์จำเลยตามส่วน
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีก่อนกับคดีนี้โจทก์จำเลยเป็นคู่ความเดียวกันส่วนมาก ที่พิพาทก็แปลงเดียวกัน ข้อเท็จจริงในคำฟ้องก็บรรยายในทำนองเดียวกันแต่คำขอต่างกัน โดยฟ้องคดีก่อนโจทก์ขอแบ่งที่พิพาทด้านตะวันออกและตะวันตกเฉียงเหนือเป็นของโจทก์ครึ่งหนึ่ง แต่คำขอคดีนี้ขอแบ่งที่พิพาทครึ่งหนึ่งเฉย ๆ ไม่ระบุด้าน ถ้าตกลงแบ่งกันไม่ได้ ก็ให้ประมูลหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินแก่โจทก์จำเลยตามส่วน ดังนี้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ การแบ่งทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๔ วรรค ๒ นั้น เมื่อสภาพของที่พิพาทควรแบ่งกันได้ ก็ยังไม่ควรบังคับให้ประมูลราคากันก่อน ดังคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๙๓/๒๕๐๐ ที่จำเลยขอให้ศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานและพิพากษาคดีใหม่นั้น ไม่จำเป็น
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้แบ่งที่พิพาทให้โจทก์จำเลยฝ่ายละครึ่งเท่า ๆ กัน โดยให้ถือคูกลางเป็นเขต ให้โจทก์ได้ส่วนทางด้านทิศตะวันตก ส่วนทางด้านตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือให้เป็นของจำเลยตามส่วนที่รับโอนมา และปลูกบ้านเรือนครอบครองอยู่ หากโรงเรือนของฝ่ายใดอยู่ในเขตอีกฝ่ายหนึ่ง ก็ให้ฝ่ายนั้นชดใช้ราคาค่าที่ดินตามส่วนที่ศาลชั้นต้นจะกำหนด
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2509
นายถาวร สุทธิวณิชย์ ผู้เยาว์ โดยนายเกษม สุทธิวณิชย์ บิดา ผู้ปกครอง โจทก์
เด็กหญิงสุวรรณี แซ่โค้ว กับพวกรวม 6 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายถาวร สุทธิวณิชย์ ผู้เยาว์ โดยนายเกษม สุทธิวณิชย์ บิดา ผู้ปกครอง · จำเลย - เด็กหญิงสุวรรณี แซ่โค้ว กับพวกรวม 6 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เกษม ทิพยจันทร์ · พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายวชิระ รัตนสิงห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ พันธุฟัก. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา