คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 87-88/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งกระทำขึ้นในระหว่างสามปีก่อนล้มละลาย จะไม่ถูกเพิกถอนได้นั้น ผู้รับโอนต้องพิสูจน์ได้ว่าการโอนนั้นได้กระทำโดยสุจริตด้วย นอกเหนือจากการเป็นการโอนโดยมีค่าตอบแทน. ความสุจริตในที่นี้หมายถึง ผู้รับโอนไม่รู้ถึงภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวของลูกหนี้.
ย่อคำพิพากษา
คดีล้มละลาย ผู้รับโอนจะต่อสู้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ยอมให้เพิกถอนการโอนทรัพย์สินซึ่งลูกหนี้ได้กระทำขึ้นในระหว่างระยะเวลาสามปีก่อนล้มละลายนั้น เพียงแต่นำสืบว่าเป็นการโอนโดยมีค่าตอบแทนเท่านั้นยังไม่พอ ต้องสืบให้ฟังได้ว่าได้กระทำโดยสุจริตด้วย.
คำว่า "สุจริต" ในที่นี้หมายความว่า ผู้รับโอนมิได้รู้ถึงภาระหนี้สินล้นพ้นตัวของผู้ล้มละลาย คดีนี้จำเลยผู้ล้มละลายกับผู้รับโอนมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก ย่อมอยู่ในฐานะที่จะรู้ดีว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวอยู่แล้ว.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.114
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยผู้ล้มละลายยื่นคำร้อง ๓ สำนวน ขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินซึ่งจำเลยโอนให้แก่ผู้รับโอนทั้ง ๓ สำนวน
นายมานิตย์และนายมลินทร์ ผู้รับโอนแถลงคัดค้าน
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีฟังไม่ได้ว่านายเป๋งลิ้มบิดาผู้รับโอนได้ออกเงินซื้อที่ดินพิพาทไว้ร่วมกับจำเลย และผู้รับโอนทราบดีว่าจำเลยมีหนี้สินมาก การโอนได้กระทำภายใน ๓ ปีก่อนล้มละลายผู้รับโอนนำสืบไม่ได้ว่าเป็นการสุจริตและมีค่าตอบแทน จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการจดทะเบียนที่ดินพิพาททั้ง ๓ สำนวน
นายมานิตย์และนายมลินทร์ผู้รับโอนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
นายมานิตย์และนายมลินทร์ผู้รับโอนฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่ผู้รับโอนอ้างว่านายเป๋งลิ้มได้ออกเงินซื้อที่ดินร่วมกับจำเลยตั้งแต่แรก แต่ใส่ชื่อจำเลยเพราะตนเองเป็นคนต่างด้าว และบุตรนายเป๋งลิ้มคือผู้รับโอนก็ยังไม่บรรลุนิติภาวะนั้น ผู้รับโอนนำสืบฟังเป็นความจริงไม่ได้ ปัญหาว่าการโอนที่ดินเป็นไปโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๔ หรือไม่นั้น เห็นว่า เพียงแต่โอนมีค่าตอบแทนยังไม่พอ ต้องได้กระทำโดยสุจริตอีกด้วย ผู้รับโอนจึงจะต่อสู้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ยอมให้เพิกถอนการโอนได้ สุจริตในที่นี้หมายความว่าผู้รับโอนมิได้รู้ถึงภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวของผู้ล้มละลาย ในคดีนี้จำเลยผู้ล้มละลายกับผู้รับโอนมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก ย่อมอยู่ในฐานะที่จะรู้ดีว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวอยู่แล้ว ที่ผู้รับโอนปฏิเสธว่าไม่รู้ว่าจำเลยมีหนี้สินมากนั้นไม่น่าเชื่อ ฎีกาผู้รับโอนฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ยกฎีกาผู้รับโอนทั้งสอง.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 87 - 88/2509
นายชำนาญ ชัยกุล โจทก์
นายประจิตต์ เจริญสิทธิ จำเลย
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้อง
นายมานิตย์ เจริญสิทธิ ที่ 1 นายมลินทร์ เจริญสิทธิ ที่ 2 ผู้รับโอน
นายชำนาญ ชัยกุล โจทก์
นายประจิตต์ เจริญสิทธิ จำเลย
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชำนาญ ชัยกุล · จำเลย - นายประจิตต์ เจริญสิทธิ · ผู้ร้อง - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · ผู้รับโอน - นายมานิตย์ เจริญสิทธิ ที่ 1 นายมลินทร์ เจริญสิทธิ ที่ 2 · โจทก์ - นายชำนาญ ชัยกุล · จำเลย - นายประจิตต์ เจริญสิทธิ · ผู้ร้อง - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส · ไฉน บุญยก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเพื่องขจิต รัศมิภูติ · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง วัฒนสิงหะ. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา