คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1703/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย มาตรา 113 มีอายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 240 แต่การร้องขอให้เพิกถอนการโอนตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย มาตรา 114 และ 115 ซึ่งไม่มีบทบัญญัติเรื่องอายุความไว้ ให้ใช้กำหนดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164
ย่อคำพิพากษา
ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย อายุความต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240 คือมีกำหนดระยะเวลาหนึ่งปี แต่ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอให้เพิกถอนการโอนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 114 และ 115 ซึ่งมิได้มีบทบัญญัติเรื่องอายุความไว้ ต้องนำอายุความสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 มาใช้บังคับ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องว่า ศาลแพ่งได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยและต่อมาได้พิพากษาให้จำเลยล้มละลายเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๑๕ แต่ปรากฏหลักฐานว่าผู้ล้มละลายกับพวกได้สมคบกันโอนทรัพย์สินของผู้ล้มละลายโดยไม่สุจริตในระหว่างสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลาย โดยผู้ล้มละลายได้โอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๕๘๙๑, ๕๘๙๒ พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นของผู้ล้มละลายให้แก่นางเยาวลักษณ์กับพวกเป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยผู้รับโอนทั้งสามต้องรับภาระหนี้สินจำนองซึ่งผู้ล้มละลายได้จำนองที่ดินดังกล่าวไว้กับธนาคารทหารไทย จำกัด ในขณะรับโอน การกระทำของผู้ล้มละลายเป็นการกระทำที่ไม่สุจริตและมุ่งหมายให้ผู้รับโอนทั้งสามได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นของผู้ล้มละลาย การโอนดังกล่าวได้กระทำกันในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๑๕ ผู้ล้มละลายถูกฟ้องให้ล้มละลายเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๑๕ จึงเป็นการโอนทรัพย์สินในระหว่างระยะเวลา ๓ เดือน และ ๓ ปีก่อนมีการขอให้ล้มละลาย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการโอนโดยไม่สุจริตและมุ่งหมายให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบเสียหายด้วย อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๔ และ ๑๑๕ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการโอนดังกล่าวและให้ใส่ชื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในโฉนดที่ดินทั้งสองแปลง
ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้รับโอนยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านซื้อทรัพย์พิพาทโดยสุจริตไม่เคยทราบมาก่อนว่าจำเลยเป็นหนี้ผู้ใด อาคารที่ซื้อเก่ามาก ผู้คัดค้านได้ซื้อไว้ในราคา ๖๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งสูงสุดอยู่แล้วจดทะเบียนต่ำกว่าราคาจริงเพราะจะได้เสียค่าธรรมเนียมน้อยลง มิใช่เป็นการโอนชำระหนี้โดยมุ่งหมายจะให้เจ้าหนี้คนใดได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น ผู้ร้องได้ทราบถึงการโอนเกินกว่า ๑ ปี คดีจึงขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีของผู้ร้องขาดอายุความหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๔๐ แล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาได้วินิจฉัยปัญหาที่ว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ดังนี้ เกี่ยวกับอายุความเรียกร้องขอเพิกถอนนั้นถ้าเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๓ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ อายุความก็ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๔๐ ซึ่งบัญญัติว่าการเรียกร้องขอเพิกถอนนั้นท่านห้ามมิให้ฟ้องร้องเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่เวลาที่เจ้าหนี้ได้รู้ต้นเหตุอันเป็นมูล ให้เพิกถอนแต่ถ้าเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอให้เพิกถอนการโอนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๔ และ ๑๑๕ ซึ่งหาใช่การร้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ ก็จะนำอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๔๐ มาใช้บังคับไม่ได้ และตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มิได้มีบทบัญญัติเรื่องอายุความการร้องขอให้เพิกถอนการโอนตามมาตรา ๑๑๔ และ ๑๑๕ ไว้ จึงต้องนำบทมาตรา ๑๖๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า อันอายุความนั้นถ้าไม่มีกฎหมายไว้เป็นอย่างอื่น ท่านให้มีกำหนดสิบปีมาใช้บังคับ
สำหรับคดีเรื่องนี้เป็นกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอให้เพิกถอนการโอนตามมาตรา ๑๑๔ และ ๑๑๕ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ หาใช่ร้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ดังบัญญัติในมาตรา ๑๑๓ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ไม่ จึงมีกำหนดอายุความสิบปี แล้ววินิจฉัยว่าคดีของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องไม่ขาดอายุความ
พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาเกี่ยกับประเด็นดังกล่าวข้างต้น (ประเด็นอื่นตามมาตรา ๑๑๔ และ ๑๑๕ ที่ศาลฎีกากำหนด) แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปความ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งในคำสั่งใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1703/2522
นางแดง เวบูลยดิลก โจทก์
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้อง
นางเยาวลักษณ์ วิทยานุเคราะห์ กับพวก ผู้คัดค้าน
นางสมร เอกะจินดา ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางแดง เวบูลยดิลก · ผู้ร้อง - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · ผู้คัดค้าน - นางเยาวลักษณ์ วิทยานุเคราะห์ กับพวก · ล. - นางสมร เอกะจินดา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสำนอง โชติเชย · ศาลอุทธรณ์ - นายธวัช พึ่งชลารักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา