คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6468/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าทรัพย์ที่มีข้อตกลงให้ผู้เช่าเก็บรักษาทรัพย์สินของผู้ให้เช่าด้วย หากทรัพย์สินนั้นสูญหายหรือเสียหาย ผู้เช่าต้องรับผิดชอบชดใช้ราคาแทน ถือเป็นสัญญาฝากทรัพย์รวมอยู่ด้วย ผู้รับฝากจึงต้องรับผิดใช้ราคาทรัพย์ที่รับฝากไว้แทนเมื่อทรัพย์นั้นสูญหายไป
ย่อคำพิพากษา
สัญญาเช่าฉางระหว่างโจทก์กับจำเลย นอกจากเป็นสัญญาเช่าทรัพย์แล้ว ยังมีข้อตกลงกันว่าจำเลยจะเก็บรักษาข้าวเปลือกตามชนิดจำนวน น้ำหนัก มิให้เปลี่ยนแปลงหรือผิดไปจากสภาพเดิมถ้าเกิดความเสียหายหรือสูญหายขึ้น จำเลยต้องรับผิดชอบและชดใช้ราคาข้าวเปลือกที่ผิดชนิดหรือขาดจำนวนไปไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาฝากทรัพย์รวมอยู่ในตัวด้วยฉะนั้นจำเลยในฐานะผู้รับฝากทรัพย์จึงต้องคืนทรัพย์ที่รับฝากไว้แก่โจทก์ เมื่อทรัพย์ที่รับฝากสูญหายไปจำเลยจึงต้องใช้ราคาทรัพย์ที่รับฝากไว้แทนตัวทรัพย์ การฟ้องเรียกให้ใช้ราคาทรัพย์ในกรณีนี้ไม่ใช่เรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวแก่การฝากทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 671 และไม่มี กฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีกำหนด 10 ปี ตามมาตรา 164
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 365,171.20 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงซึ่งคู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล พ.ศ.2496 มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งตลาดเพื่อให้เป็นแหล่งกลางในการซื้อขายผลิตผลเกษตรกรรมของเกษตรกรและดำเนินการพยุงราคาผลิตผลของเกษตรกรเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2523 โจทก์ได้ทำสัญญาเช่าฉางตามฟ้องจากจำเลยจำนวน 2 ฉาง เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บข้าวเปลือกของโจทก์ โดยมีข้อตกลงกันว่าจำเลยจะเก็บรักษาข้าวเปลือกตามชนิด จำนวน น้ำหนัก มิให้เปลี่ยนแปลงหรือผิดไปจากสภาพเดิมถ้าเกิดความเสียหายหรือสูญหายขึ้น จำเลยต้องรับผิดชอบและชดใช้ราคาข้าวเปลือกที่ผิดชนิดหรือขาดจำนวนไปไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆยกเว้นข้าวเปลือกที่ยุบตัวไปตามสภาพไม่เกินร้อยละ 2 ของจำนวนข้าวทั้งหมดหรือเกิดจากเหตุสุดวิสัย ปรากฏตามสัญญาเช่าฉางเอกชนเอกสารหมาย ป.จ.2 และ ป.จ.3 ระหว่างสัญญาเช่า ปรากฏว่าข้าวเปลือกของโจทก์ที่เก็บอยู่ในฉางได้สูญหายไปหลังจากหักน้ำหนักการยุบตัวโดยสภาพร้อยละ 2 แล้ว จำนวน 265,995.24 กิโลกรัม คิดเป็นเงิน 765,171.20 บาท ปรากฏตามรายละเอียดฉางสต๊อกข้าวเปลือกพยุงราคาปี 2522/2523 เอกสารหมาย ป.จ.7
จำเลยฎีกาข้อแรกว่า คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 671 เห็นว่า ตามสัญญาเช่าฉางเอกชนเอกสารหมาย ป.จ.2 และ ป.จ.3 นอกจากเป็นสัญญาเช่าทรัพย์แล้วยังมีข้อกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่เก็บรักษาข้าวเปลือกและดูแลมิให้เกิดความเสียหายแก่ข้าวเปลือกที่เก็บรักษาในฉางด้วย หากเกิดความเสียหายหรือสูญหายขึ้น จำเลยต้องรับผิดชอบชดใช้ราคาข้าวเปลือกที่ขาดจำนวนไปแก่โจทก์ ซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาฝากทรัพย์รวมอยู่ในตัวด้วยฉะนั้นจำเลยในฐานะผู้รับฝากทรัพย์ซึ่งจะต้องคืนทรัพย์ที่รับฝากไว้แก่โจทก์เมื่อทรัพย์ที่รับฝากสูญหายไปจำเลยจึงต้องใช้ราคาทรัพย์ที่รับฝากไว้แทนตัวทรัพย์ การฟ้องเรียกให้ใช้ราคาทรัพย์ในกรณีนี้ไม่ใช่เรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับการฝากทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 671 และไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6468/2537
องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร โจทก์
นายเฉลิมชัย รัตนถาวร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร · จำเลย - นายเฉลิมชัย รัตนถาวร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิระ บุญพจนสุนทร · วินัย วิมลเศรษฐ · ชูชาติ ศรีแสง |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา