⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3537/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3537/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน แม้ผู้ขายจะไม่มีอำนาจขาย ทรัพย์สินนั้นย่อมไม่ตกเป็นโมฆะ และผู้ซื้อไม่ต้องรับผิดต่อเจ้าของเดิมหากทรัพย์สินนั้นได้ตกไปอยู่ในการครอบครองของบุคคลภายนอกแล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 นำรถของโจทก์ไปขายให้แก่จำเลยที่ 3โดยไม่มีอำนาจจำเลยที่ 3 ได้รับซื้อไว้โดยมีค่าตอบแทนและโดยสุจริต ทั้งได้มีการโอนทางทะเบียนโดยชอบแล้วโดยมิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำโดยผิดกฎหมายให้โจทก์เสียหาย การกระทำของจำเลยที่ 3 ย่อมไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ แม้โจทก์จะมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนก็ต้องเอาคืนจากผู้ครอบครองเท่านั้น เมื่อจำเลยที่ 3 ได้ขายรถยนต์และรถยนต์ตกไปอยู่ในความครอบครองของผู้อื่นแล้ว จำเลยที่ 3 ก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 506/2522)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1329 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์โดยตกลงจะชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือน จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเช่าซื้อเพียง ๒ งวดแล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้ออีกเลย โจทก์บอกเลิกสัญญาแต่จำเลยที่ ๑ ไม่คืนรถแก่โจทก์ ทั้งยังสมคบกับจำเลยที่ ๒ ปลอมลายมือชื่อพนักงานของโจทก์แล้วจดทะเบียนโอนใส่ชื่อเป็นของจำเลยที่ ๒ แล้วจำเลยที่ ๒ โอนขายรถยนต์ดังกล่าวให้จำเลยที่ ๓ โดยเจ้าพนักงานกองทะเบียนของจำเลยที่ ๔ ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันรับผิดคืนรถคันดังกล่าวแก่โจทก์ หรือชดใช้ราคาพร้อมทั้งให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๓ ได้กรรมสิทธิ์รถยนต์พิพาทโดยจดทะเบียนรับโอนจากจำเลยที่ ๒ โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนและได้โอนขายต่อให้แก่ผู้อื่นไปแล้ว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๔ ให้การว่า พนักงานสอบสวนเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๔ ได้กระทำการไปตามหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย และโดยสุจริต จึงไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกันคืนรถยนต์พิพาทและชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๔ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๓ ว่าครอบครองรถพิพาทโดยไม่มีสิทธิใด ๆ จะอ้างได้โดยชอบด้วยกฎหมาย การที่จำเลยที่ ๓ไม่ยอมคืนรถยนต์พิพาทให้โจทก์จึงเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ เห็นว่าจำเลยที่ ๓ ได้ซื้อรถยนต์พิพาทในราคา ๓๘,๐๐๐ บาทจากจำเลยที่ ๒ และได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนต่อกองทะเบียน กรมตำรวจ โดยชอบตามเอกสารหมาย ล.๑ และโจทก์มิได้กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ ๓ กระทำการโดยไม่สุจริตแต่อย่างใด จึงเป็นการได้รถยนต์พิพาทมาโดยมีค่าตอบแทนและโดยสุจริต จำเลยที่ ๓ มิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำโดยผิดกฎหมายให้โจทก์เสียหายแต่ประการใด จะเรียกว่าจำเลยที่ ๓ กระทำละเมิดต่อโจทก์ไม่ได้ แม้โจทก์จะมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตน ก็ต้องเอาคืนจากผู้ครอบครองเท่านั้น แต่จำเลยที่ ๓ ขายรถยนต์พิพาทให้แก่นางสาวคมขำไปในราคา ๔๐,๐๐๐ บาท รถยนต์พิพาทตกไปอยู่ในความครอบครองของผู้อื่นแล้ว จำเลยที่ ๓ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๐๖/๒๕๒๒ พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๓ ด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3537/2524 บริษัทบางกอกอินเวสท์เม็นท์ จำกัด โจทก์ นายทรงพล กองสุวรรณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบางกอกอินเวสท์เม็นท์ จำกัด · จำเลย - นายทรงพล กองสุวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พูน จักรเสน · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายพัลลภ พิศิษฐ์สังฆการ · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1052/2509ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 967/2491ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา