คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1723/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์จะตกเป็นโมฆะก็ต่อเมื่อมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้เพิกถอนการโอนนั้นแล้วเท่านั้น ก่อนมีคำสั่งหรือคำพิพากษาดังกล่าว การโอนนั้นยังถือว่าชอบด้วยกฎหมาย และยังไม่ถือว่ามีการผิดนัดเกิดขึ้น.
ย่อคำพิพากษา
การเพิกถอนการโอนขายที่ดินพิพาทเป็นไปโดยผลของคำสั่งหรือคำพิพากษา ตราบใดที่ยังไม่มีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้เพิกถอนการโอน ก็ยังถือเป็นการโอนโดยชอบอยู่ กรณียังถือไม่ได้ว่ามีการผิดนัดนับแต่วันยื่นคำร้องอันจะเป็นเหตุให้ผู้คัดค้านต้องรับผิดในเรื่องดอกเบี้ยตามขอ ผู้ร้องคงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้เพิกถอนการโอนเป็นต้นไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาววรรดี นพรัตนกานต์ · ผู้ร้อง - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · ผู้คัดค้าน - นางวราภรณ์ เทพสุบรรณหรือแซ่ว่อง · จำเลย - นายต้ง แซ่ว่อง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรชัย สมรรถเวช · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายเทพ อิงคสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวินัย วิมลเศรษฐ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา