คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 107/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งต่อผลซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แต่ไม่สามารถบรรลุผลได้เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำผิด ถือเป็นความผิดตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
ย่อคำพิพากษา
จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายในระยะใกล้เพียงวาเดียว บาดแผลเป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร บริเวณรอบ ๆ แผลเป็นรอยบวม บาดแผลไม่ลึก เนื่องจากติดกับกระดูกหน้าแข้ง และที่หน้าแข้งที่ตรงกับแผลได้บุ๋มเข้าไปเพียงเล็กน้อย บาดแผลนี้รักษาอยู่ 4 วันก็กลับบ้านได้ แสดงว่าบาดแผลมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเห็นว่าปืนที่จำเลยใช้ยิงมีกำลังน้อยมาก ดังนี้ ความผิดของจำเลยจึงต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 81 โดยถือว่าจำเลยมุ่งต่อผล ซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แต่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำผิด จำเลยย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 81
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนี้กับพวกที่เป็นพลเรือน ได้บังอาจใช้ปืนยิงนายมอม ทองบาง ด้วยเจตนาจะฆ่าให้ตาย กระสุนไม่ถูกร่างกายส่วนสำคัญ แต่ได้รับอันตรายเพียงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐
จำเลยให้การว่า ตามวันเวลาที่โจทก์ฟ้อง จำเลยจะไปเที่ยวในหมู่บ้านไปถึงหลังบ้านนายโอ๊ะ พบชาย ๔ คนเดินสวนทางมา ชายคนหนึ่งถามว่า ทหารที่ไหนมาเดินอยู่แถวนี้ จำเลยไม่ตอบ ชายคนนั้นพูดว่ามึงแน่หรือ กูถามไม่พูด จำเลยก็ว่า เปล่า ผมไม่แน่ ชายคนนั้นพูดอีกว่าอย่าเพิ่งไป จำเลยก็หยุด ชายทั้ง ๔ ก็กลุ้มรุมชกต่อยจำเลยจนล้มลงแล้วกระทืบซ้ำ จำเลยจึงชักปืนจากเอวยิงขึ้นไปข้างบน ๑ นัด ชายทั้ง ๔ ก็หยุดทำร้าย จำเลยลุกขึ้นวิ่งหนีไป
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ ลงโทษจำคุก ๑๐ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยเชื่อว่าจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายจริงดังฟ้อง แต่มีปัญหาว่า ปืนที่จำเลยใช้ยิงนั้น เป็นอาวุธที่อาจทำให้ผู้ถูกยิงถึงตายได้หรือไม่ เรื่องนี้จับปืนของกลางไม่ได้ และในชั้นพิจารณาก็ไม่ปรากฏว่าปืนนั้นเป็นปืนอะไร แต่ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่า เมื่อใช้อาวุธปืนยิงชาย ๔ คนที่รุมทำร้ายจำเลยแล้ว จำเลยได้โยนปืนทิ้งไว้ข้างทาง ปืนนั้นเป็นปืนพกทำในประเทศไทยใช้กระสุนลูกกรดบรรจุทีละนัด จำเลยยืมมาจากเพื่อนนายแพทย์ผู้ตรวจบาดแผลผู้เสียหายเบิกความว่า ลักษณะบาดแผลเป็นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑ เซนติเมตร บริเวณรอบ ๆ แผลเป็นรอยบวม บาดแผลนี้ไม่ลึกเพราะติดกับกระดูกหน้าแข้ง ส่วนกระดูกหน้าแข้งที่ตรงกับแผลได้บุ๋มเข้าไปเล็กน้อยรักษาบาดแผลอยู่ ๔ วันก็กลับบ้านได้ ตามคำประจักษ์พยานโจทก์ จำเลยเข้าไปยิงผู้เสียหายในระยะใกล้เพียงวาเดียวเท่านั้น แต่บาดแผลของผู้เสียหายมีเพียงเล็กน้อย แสดงว่าปืนที่จำเลยใช้ยิงมีกำลังน้อยมาก ถ้าหากเป็นปืนที่สามารถทำให้ผู้ยิงถึงตายได้ แล้วอย่างน้อยกระดูกหน้าแข็งของผู้เสียหายจะต้องแตกหรือหัก มิใช่เป็นรอยบุ๋มเช่นนี้ ศาลฎีกาเชื่อว่าปืนของจำเลยไม่อาจทำให้ผู้ถูกยิงถึงตายได้ แม้จะถูกอวัยวะอื่น
ผู้เสียหายรักษาบาดแผลอยู่เพียง ๔ วัน ความผิดของจำเลยต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๑ โดยถือว่าจำเลยมุ่งต่อผลซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แต่ไม่สามารถบรรลุได้อย่างแน่แท้ เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำผิด
จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองเป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๑ วางโทษจำคุกจำเลย ๒ ปี.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 107/2510
อัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์
พลทหารสุด จันทร์เพ็ง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดศรีสะเกษ · ล. - พลทหารสุด จันทร์เพ็ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทองคำ จารุเหติ · ยง เหลืองรังษี · นิคม ชัยอาญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายเดชา สุวรรณโณ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาวน์ดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา