⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1853/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1853/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกเช็คโดยใช้แบบพิมพ์เช็คของบุคคลอื่น แต่มีรายการครบถ้วนตามกฎหมาย ถือเป็นเช็คที่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้สั่งจ่าย ผู้สลักหลัง หรือผู้รับประกันอาวัล ต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้ทรงหากธนาคารไม่จ่ายเงิน การที่ผู้ทรงถอนฟ้องคดีอาญาของผู้สั่งจ่ายและยอมผ่อนเวลาให้ ไม่ทำให้ผู้สลักหลังหรือผู้รับประกันอาวัลหลุดพ้นจากความรับผิด

ย่อคำพิพากษา

ผู้สั่งจ่ายเช็คไม่มีเงินฝากธนาคาร แต่ออกเช็คโดยใช้แบบพิมพ์เช็คของบุคคลอื่นเมื่อทำเป็นหนังสือตราสารซึ่งมีรายการครบถ้วนบริบูรณ์ตามลักษณะที่บัญญัติไว้ในมาตรา 987, 988 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ย่อมเป็นเช็คโดยชอบหากผู้ทรงนำไปขึ้นเงินจากธนาคารไม่ได้ ผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังหรือผู้รับประกันด้วยอาวัลย่อมต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้ทรง การที่ผู้ทรงเช็คเคยฟ้องผู้สั่งจ่ายเป็นคดีอาญา แล้วถอนฟ้องเสีย โดยยอมผ่อนเวลาให้ผู้สั่งจ่ายใช้เงินตามเช็คนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้สลักหลังหรือรับประกันด้วยอาวัลหลุดพ้นจากความรับผิด เพราะต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้ทรง (ปัญหาตามวรรคแรกวินิจฉัยตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 1017/2507 ซึ่งวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.700 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.914 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.921 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.938 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.967 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.987 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.988

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ สั่งจ่ายเช็ค ๙๐,๐๐๐ บาทให้โจทก์เป็นการชำระหนี้โดยจำเลยที่ ๒ ลงชื่อสลักหลังเช็ครับเป็นอาวัลโจทก์ได้นำเช็คไปขึ้นเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันที่สั่งจ่าย จำเลยทั้งสองให้การร่วมกันว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่มีหนี้อันจะต้องชำระแก่โจทก์ จำเลยออกเช็คให้โจทก์เพื่อเป็นประกันในการที่โจทก์มอบเช็คและสัญญากู้ให้จำเลยที่ ๑ ทวงถามและฟ้องร้องลูกหนี้ จำเลยที่ ๑ ยังเก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การเพิ่มเติมว่า จำเลยที่ ๑ มิได้เปิดบัญชีฝากเงินไว้กับธนาคาร แต่เอาเช็คของพันตรีอภิวัฒน์มาเขียนสั่งจ่ายเงินให้โจทก์ ซึ่งเป็นการหลอกลวงโจทก์ ชอบที่โจทก์จะฟ้องจำเลยที่ ๑ ฐานละเมิด การที่จำเลยที่ ๒ ลงชื่อในเอกสารเช่นนี้ จะถือว่าเป็นผู้สลักหลังหรือรับอาวัลไม่ได้ ก่อนสืบพยาน จำเลยที่ ๑ ขอถอนคำให้การเดิม โดยไม่ประสงค์จะต่อสู้คดีและไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันสั่งจ่ายแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ แต่ผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ ข้อที่จำเลยที่ ๒ อ้างว่า โจทก์ได้เช็คมาโดยสมคบกับจำเลยที่ ๑ ทำการฉ้อฉลจำเลยที่ ๒ นั้น ฟังไม่ขึ้น ข้อที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์ใช้อุบายให้จำเลยที่ ๑สั่งจ่ายเช็ครายพิพาท ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจำเลยที่ ๑ ไม่มีเงินฝากธนาคารเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยที่ ๑ จะไม่มีเงินฝากในธนาคารทหารไทย และเช็ครายพิพาทสั่งจ่ายโดยใช้แบบพิมพ์เช็คตามบัญชีเงินฝากธนาคารของพันตรีอภิวัฒน์ก็ตาม แต่ก็ทำเป็นหนังสือตราสารซึ่งมีรายการครบถ้วนบริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๙๘๗, ๙๘๘ ย่อมเป็นเช็คโดยชอบ นายวัลลภ วีระวัฒพันธ์พยานจำเลยซึ่งทำงานในตำแหน่งหัวหน้ากองเงินฝากในธนาคารทหารไทยมา ๘ ปี ก็เบิกความรับว่า เช็ครายพิพาทเป็นเช็คของธนาคารทหารไทยโดยชอบ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า โจทก์ใช้อุบายแต่อย่างใด เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงนำเช็คไปขึ้นเงินจากธนาคารไม่ได้ ผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังหรือผู้รับประกันด้วยอาวัลย่อมต้องรับผิดร่วมกันต่อผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๔ และ ๙๖๗ ข้อที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ เกี่ยวกับเช็ครายพิพาทเป็นคดีต่อศาลอาญา แล้วถอนฟ้องยอมให้จำเลยที่ ๑ผ่อนชำระเงินตามเช็คจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้สลักหลังเป็นอาวัลย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๖๗ บัญญัติให้บุคคลผู้สั่งจ่ายก็ดี ผู้สลักหลังก็ดี ผู้รับประกันด้วยอาวัลก็ดี ย่อมต้องรับผิดร่วมกันต่อผู้ทรง การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ แล้วถอนฟ้องเสียหาเป็นเหตุที่จะทำให้จำเลยที่ ๒ พ้นความรับผิดในฐานะเป็นผู้สลักหลังรับอาวัลไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1853/2511 นายบุญชอบ อ่องสว่าง โจทก์ นายธรัช อะฏะวินทร์ ที่ 1 นายชัชสวาสดิ์ โชติกเสถียร ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญชอบ อ่องสว่าง · 1 - นายธรัช อะฏะวินทร์ ที่ · จำเลย - นายชัชสวาสดิ์ โชติกเสถียร ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แสวง ลัดพลี · ชิต บุณยประภัศร · จินตา บุณยอาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแถม สุรทิณฑ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 610/2520ฎีกา 312/2531ฎีกา 6054/2550ฎีกา 4257/2530ฎีกา 5594/2533ฎีกา 698/2537ฎีกา 6237/2538ฎีกา 2478/2517ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 2521/2540ฎีกา 815/2533ฎีกา 6549/2542ฎีกา 7255/2539ฎีกา 2752/2536ฎีกา 18343/2556ฎีกา 8296/2551ฎีกา 425/2501ฎีกา 672/2519ฎีกา 192/2518ฎีกา 3329/2550ฎีกา 545/2503ฎีกา 1946/2516ฎีกา 306/2473ฎีกา 5645/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา