คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2473
ย่อคำพิพากษา
การที่เจ้าหนี้รับเงินจากลูกหนี้น้อยกว่าที่กำหนดในสัญญานั้น ไม่เรียกว่าเปนการผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ซึ่งจะถือเปนเหตุให้ผู้ค้ำประกันพ้นความรับผิดไปได้ และพฤติการเช่นนี้ก็ไม่ใช่เปนการแปลงหนี้ใหม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป ๒ ฉะบับรวมเงิน ๙๒๐ บาท จำเลยที่ ๒ เปนผู้ค้ำประกันตามหนังสือกู้ฉะบับที่ ๑ จำเลยที่ ๑ สัญญาจะผ่อนส่งเงินเดือนละ ๕๐ บาท ฉะบับที่ ๒ สัญญาผ่อนส่งเดือนละ ๒๐ บาท ต่อมาจำเลยที่ ๑ ส่งเงินให้เดือนละ ๒๐ บาทบ้าง ๓๐ บาทบ้าง โจทก์ก็ยอมรับเอาตามแต่จำเลยจะส่งให้ จนยังเหลือเงินอยู่อีก ๓๑๐ บาทดังนี้ มีปัญหาว่าการที่โจทก์รับเงินจากจำเลยที่ ๑ น้อยกว่าที่กำหนดในสัญญา จะเปนการผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ หรือเปนการแปลงหนี้ใหม่ตามกฎหมาย ซึ่งเปนเหตุให้จำเลยที่ ๒ หลุดพ้นจากความรับผิดหรือไม่
ศาลแพ่งเห็นว่าเปนการผ่อนเวลาให้ลูกหนี้โดยจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ยินยอมด้วย จำเลยที่ ๒ พ้นจากความรับผิดตามประมวลแพ่ง ม.๗๐๐ จึงตัดสินให้จำเลยที่ ๑ ใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่เปนการผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ จึงตัดสินแก้ให้จำเลยที่ ๒ รับผิดใช้หนี้ร่วมกับจำเลยที่ ๑
ศาลฎีกาเห็นว่า เพียงแต่โจทก์รับเงินตามแต่จำเลยที่ ๑ จะส่งให้นั้น ไม่เปนการผ่อนเวลาตามกฎหมาย เพราะไม่เปนการผูกมัดโจทก์อย่างใด และเห็นว่ากิริยาเช่นนี้ ก็ไม่เปนการแปลงหนี้ใหม่ เพราะไม่ใช่เปนการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเปนการสำคัญแห่งหนี้นั้น จึงตัดสินยื่นตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2473
นายขวัญ มังคะลี โจทก์
นายบุญเจตน์ที่ 1 นายเชยที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายขวัญ มังคะลี · จำเลย - นายบุญเจตน์ที่ 1 นายเชยที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · ศรี · หริศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงนิติ+ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาธรรม+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา