⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1454/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1454/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งทำสัญญาประนีประนอมยอมรับใช้หนี้แทนอีกบุคคลหนึ่งนั้น เป็นเพียงสัญญาเฉพาะระหว่างคู่สัญญาที่ทำสัญญากันเท่านั้น หากเจ้าหนี้มิได้เข้าเป็นคู่สัญญาด้วย สัญญานั้นก็ไม่ถือเป็นการแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้

ย่อคำพิพากษา

ด. ในฐานะประธานบริษัทผู้ร้อง และในฐานะส่วนตัวทำสัญญาประนีประนอม กับ ป. โดย ป. ยอมใช้หนี้แก่ ธ. แทน ด.แม้จะพออนุมานได้ว่าเป็นการรับใช้หนี้แทนบริษัทผู้ร้องกับหนี้ ด. ในฐานะส่วนตัวก็ตาม สัญญานี้ก็เป็นสัญญาระหว่างผู้ร้อง ด. กับ ป. เท่านั้น ส่วนเจ้าหนี้คือ ธ. หาได้ทำสัญญากับ ป. ด้วยไม่จึงไม่ใช่แปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.351

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ไป 450,000 บาทและได้จำนองที่ดินโฉนดที่ 1205 เป็นประกันเงินกู้รายนี้ ตกลงให้ดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาท ต่อเดือน ๆ ละครั้ง ถึงกำหนดจำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยตามสัญญา ขอให้บังคับให้จำเลยชำระหนี้ไถ่ถอนการจำนองรวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 695,989 บาท และเสียดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือน จากเงินต้น 450,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระหนี้เสร็จ ถ้าจำเลยไม่สามารถชำระหนี้ได้ ขอให้สั่งขายทอดตลาดที่ดินที่จำนอง จำเลยให้การและแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การว่า จำเลยมิใช่เจ้าของอันแท้จริงของที่ดินพิพาท เจ้าของอันแท้จริงคือ บริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด บริษัทนี้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารกสิกรไทย จำกัดสาขาขอนแก่น บริษัทจะต้องทำสัญญาจำนองทรัพย์สินของบริษัท เนื่องจากจำเลยเป็นผู้ทำนิติกรรมรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรายพิพาทแทนบริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด จึงทำในนามจำเลยเป็นผู้จำนองต่อมาธนาคารกสิกรไทย จำกัด เร่งรัดโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด ให้จัดหาเงินมาไถ่ถอนจำนองบริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด จึงตกลงกับโจทก์ในฐานะผู้จัดการธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาขอนแก่น ให้ชำระเงินแทนบริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด โจทก์ได้ไปทำหนังสือรับรองชำระหนี้ 250,000 บาทแก่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาขอนแก่น จำเลยในฐานะที่มีชื่อเป็นผู้ถือโฉนดที่ดินพิพาท จึงทำสัญญากู้ 1 ฉบับแทนบริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด ต่อมาจำเลยได้จำนองที่ดินพิพาทเป็นประกันหนี้รายนี้อีกครั้งหนึ่ง จำเลยหาได้รับเงินกู้รายนี้จากโจทก์ไม่ ต่อมา นายแดงสามีจำเลยในฐานะประธานกรรมการบริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด และในฐานะส่วนตัว ได้ตกลงกับโจทก์และนายประยูรว่า นายประยูรยอมใช้หนี้ให้แก่ธนาคารนครหลวงไทย จำกัดสาขาขอนแก่น แทนนายแดง ในฐานะประธานกรรมการโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด และในฐานะส่วนตัวแล้วขอให้ยกฟ้อง บริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้องสอด ได้อาศัยชื่อจำเลยเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินไปพลางก่อนนายประยูรได้ชำระหนี้ตามสัญญาจำนองแทนผู้ร้องสอดเป็นการเสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องบังคับจำนองที่ดินพิพาทได้อีก ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องและฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ชำระหนี้ค่าไถ่ถอนจำนองแทนจำเลย การประนีประนอมยอมความที่นายประยูรตกลงชำระหนี้แทนบริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัดนั้น โจทก์มิใช่คู่สัญญาด้วย ไม่ผูกพันโจทก์ พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ 450,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันกู้จนกว่าจะชำระเสร็จ ถ้าไม่สามารถชำระ ให้เอาที่ดินที่จำนองไว้ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ให้โจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยและผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยและผู้ร้องสอดฎีกามาเป็นประการสุดท้ายคือ ได้มีการชำระหนี้ตามสัญญาจำนองที่โจทก์นำมาฟ้องแล้วเพราะมีการแปลงหนี้โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้แล้วนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อพิจารณาสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว ปรากฏว่านายแดงในฐานะประธานกรรมการบริษัทผู้ร้องและในฐานะส่วนตัวทำสัญญาประนีประนอมกับนายประยูรโดยนายประยูรยอมใช้หนี้แก่ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาขอนแก่น แทนนายแดง ซึ่งแม้จะพออนุมานได้ว่าเป็นการรับใช้หนี้แทนบริษัทผู้ร้องกับหนี้นายแดงในฐานะส่วนตัวก็ตาม สัญญานี้ก็เป็นสัญญาระหว่างบริษัทผู้ร้อง นายแดง กับนายประยูรเท่านั้น ส่วนเจ้าหนี้คือ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาขอนแก่น หาได้ทำสัญญากับนายประยูรด้วยไม่ จึงไม่ใช่แปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ดังที่จำเลยและผู้ร้องสอดฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1454/2514 คุณหญิงแอร่ม พิบูลภานุวัธน์ โจทก์ นางเกี๊ยก พงษ์ภิญโญ บริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด จำเลย โดยนายแดง แซ่เล่ง และนางเกี๊ยก พงษ์ภิญโญ กรรมการ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - คุณหญิงแอร่ม พิบูลภานุวัธน์ · จำเลย - นางเกี๊ยก พงษ์ภิญโญ บริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด · จำเลย - โดยนายแดง แซ่เล่ง และนางเกี๊ยก พงษ์ภิญโญ กรรมการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5324/2542ฎีกา 2675/2548ฎีกา 2248/2524ฎีกา 5156/2542ฎีกา 1479/2539ฎีกา 6631/2568ฎีกา 621/2519ฎีกา 3833/2552ฎีกา 373/2474ฎีกา 1783/2551ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 878/2518ฎีกา 790/2497ฎีกา 1490/2538ฎีกา 9649/2555ฎีกา 650/2474ฎีกา 1084/2539ฎีกา 3209/2550ฎีกา 1896/2492ฎีกา 867/2523ฎีกา 3453/2529ฎีกา 5112/2552ฎีกา 522/2505ฎีกา 51/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา