⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4621/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4621/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนังสือมอบอำนาจที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์มาแต่แรก หากได้มีการปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนในชั้นพิจารณาก่อนสืบพยานโจทก์ ย่อมใช้เป็นหลักฐานในคดีได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มอบอำนาจให้ ส. ฟ้องคดี แม้หนังสือมอบอำนาจของโจทก์จะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์มาตั้งแต่แรก แต่เมื่อได้มี การปิดอากรแสตมป์ในชั้นพิจารณาครบถ้วนก่อนสืบพยานโจทก์ก็ย่อม ใช้เป็นหลักฐานในคดีได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลรัษฎากร ม.113 ประมวลรัษฎากร ม.114 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายสุขสันต์ จิรจริยาเวชฟ้องและดำเนินคดีแทนตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ขอให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินและออกไปจากบ้านเลขที่ 1117 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร และส่งมอบให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อยให้จำเลยใช้ค่าเสียหายนับแต่วันละเมิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 20,000 บาทและเดือนละ 10,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินและออกไปจากบ้านเช่าและส่งมอบบ้านเช่าในสภาพเรียบร้อย จำเลยให้การว่า หนังสือมอบอำนาจท้ายคำฟ้องไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จึงไม่อาจถือว่ามีการมอบอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายในขณะฟ้องคดี ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินและออกไปจากบ้านพิพาทเลขที่ 1117 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตพระโขนงกรุงเทพมหานคร ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 6,000 บาทและค่าเสียหายอีกเดือนละ 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะส่งมอบบ้านเช่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ศาลฎีกาคงรับวินิจฉัยเฉพาะฎีกาในข้อกฎหมายว่าหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องเอกสารหมาย จ.3 รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่ซึ่งจำเลยอาจอุทธรณ์และฎีกาได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์มอบอำนาจให้นายสุขสันต์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่31 กรกฎาคม 2528 นายสุขสันต์ฟ้องคดีวันที่ 15 พฤศจิกายน 2528และโจทก์ปิดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.3 วันที่15 กรกฎาคม 2529 ก่อนทำการสืบพยานโจทก์ เห็นว่า ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 118 บัญญัติว่า ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับคู่ฉบับคู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114 ฉะนั้นแม้หนังสือมอบอำนาจของโจทก์จะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์มาตั้งแต่แรก แต่เมื่อได้มีการปิดอากรแสตมป์ในชั้นพิจารณาครบถ้วนก่อนสืบพยานโจทก์ก็ย่อมใช้เป็นหลักฐานในคดีได้ ส่วนการที่จะต้องรับผิดเสียอากรเพิ่มขึ้นนั้นเป็นส่วนหนึ่งต่างหากไม่กระทบกระทั่งถึงการที่จะรับฟังตราสารคือหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.3..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4621/2534 นาง ลดาวัลย์ มัชฉิมานนท์ โจทก์ นาย ชลอ จันทร์ สุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ลดาวัลย์ มัชฉิมานนท์ · จำเลย - นาย ชลอ จันทร์ สุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6938/2539ฎีกา 1913/2520ฎีกา 324/2504ฎีกา 2307/2518ฎีกา 2721/2548ฎีกา 2732/2534ฎีกา 698/2537ฎีกา 149/2526ฎีกา 269/2520ฎีกา 1969/2515ฎีกา 1384/2518ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 2423/2550ฎีกา 2752/2537ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 7937/2538ฎีกา 1896/2492ฎีกา 235/2538ฎีกา 8358/2538ฎีกา 2049/2528ฎีกา 991/2548ฎีกา 1162/2515ฎีกา 583/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ