⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 961/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2493

ป.พ.พ. ม.303, 349, 350 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการตกลงแปลงหนี้ใหม่ หนี้เดิมย่อมระงับสิ้นไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลย จำเลยต่อสู้ว่ากู้เงินโจทก์ตามที่ฟ้องจริง แต่ภายหลังยืม+โจทก์มาอีกจำนวนหนึ่ง แล้วตกลงทำสัญญากู้กันใหม่ โดยเอาจำนวนเงินที่กู้เดิมบวกกับราคาข้าวที่ยืมมาลงเงินเป็นจำนวนกู้ในสัญญากู้ใหม่นี้ และในสัญญากู้ใหม่นี้ตกลงกันให้ลงชื่อพ่อตาโจทก์เป็นผู้ให้กู้ จำเลยเป็นผู้กู้ แล้วจำเลยได้ชำระเงินเท่าจำนวนตามสัญญาใหม่ให้แก่พ่อตาโจทก์แล้วดังนี้เป็นเรื่องต่อสู้ว่าได้ตกลงแปลงหนี้ใหม่และโอนสิทธิเรียกร้องให้พ่อตาโจทก์ซึ่งถ้าเป็นจริงหนี้เดิมก็ระงับสิ้นไป จึ่งต้องให้จำเลยสืบตามข้อต่อสู้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.303 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.303 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.350 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า สามีจำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป ๕๐๐ บาทมอบนาให้ทำต่างดอกเบี้ย ต่อมาสามีจำเลยตาย จำเลยเป็นผู้รับมฤดกและไม่ยอมให้โจทก์ทำนา จึงขอให้จำเลยชำระเงินกู้และดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้ว่า สามีจำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ ๕๐๐ บาทจริง แต่เมื่อสามีจำเลยตายแล้ว จำเลยยืมข้าวเปลือกโจทก์ ๖๕๐ เลียง คิดเป็นเงิน ๖๕๐ บาท โจทก์และนายเทศพ่อตาโจทก์ตกลงให้จำเลยทำสัญญากู้ขึ้นใหม่ ๑ ฉะบับ โดยเอาจำนวนเงิน ๕๐๐ บาทเดิมมาบวกราคาข้าวที่จำเลยยืม ๖๕๐ บาทกับเพิ่มดอกเบี้ยหรือค่าเช่านาซึ่งจำเลยทำอีก ๕๐ บาท รวมเป็นเงิน ๑๒๐๐ บาท โดยจำเลยลงชื่อเป็นผู้กู้ นายเทศเป็นผู้ให้กู้เพราะนายเทศว่าเงินที่สามีจำเลยกู้โจทก์ไปเป็นเงินนายเทศส่วนสัญญาเก่าโจทก์และนายเทศว่าจะทำลายเสีย ต่อมาจำเลยชำระเงิน ๑๒๐๐ บาทตามสัญญาฉะบับใหม่ให้กับนายเทศแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญากู้ ๕๐๐ บาทนั้นจำเลยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือว่าได้ใช้เงินแล้ว จึ่งพิพากษาให้จำเลยใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการต่อสู้เรื่องแปลงหนี้ใหม่ ไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำให้การจำเลยเป็นเรื่องแก้ว่าจำเลยกับโจทก์และพ่อตาโจทก์ได้ตกลงกันแปลงหนี้ใหม่ และโอนสิทธิเรียกร้องให้แก่นายเทศพ่อตาโจทก์ ถ้าได้มีการแปลงหนี้และโอนสิทธิเรียกร้องกันจริงหนี้เดิมก็อาจระงับสิ้นไป จึงเป็นเรื่องควรจะต้องฟังข้อเท็จจริงก่อนจึ่งจะพิพากษาได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้พิจารณาข้อเท็จจริง และพิพากษาใหม่ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2493 นายแจ้ง ปลอดพัก โจทก์ นายนวล คงจันทร์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแจ้ง ปลอดพัก · ล. - นายนวล คงจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · จำรูญเนติศาสตร์ · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายสอาด สุจริตพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไชยเจริญ สันติศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 6631/2568ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 621/2519ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 1490/2538ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 9649/2555ฎีกา 1084/2539ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541ฎีกา 4973/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา