⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 372/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 372/2511

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ออกเช็คระบุให้จ่ายเงินแก่จำเลยที่ 2 หรือผู้ถือ การโอนเช็คไปย่อมสมบูรณ์เพียงด้วยส่งมอบให้กัน เมื่อจำเลยที่ 2 ส่งมอบเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรง จำเลยที่ 1 ออกเช็คสั่งจ่ายล่วงหน้าให้แก่จำเลยที่ 2 ต่อมาปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ยักยอกเงินของบริษัทซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการ จำเลยที่ 1 จึงแจ้งความดำเนินคดีอาญาและแจ้งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยที่ 2 เอาเช็คพิพาทไปขึ้นเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยที่ 2 ได้ส่งมอบเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ โจทก์จึงได้เอาเช็คนั้นมาฟ้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดใช้เงินตามเช็ค เมื่อการโอนเช็คพิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 และโจทก์ได้มีขึ้นด้วยการคบคิดกันเพื่อฉ้อฉลจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่ายย่อมต่อสู้โจทก์ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันระหว่างตนกับจำเลยที่ 2 ผู้ทรงคนก่อนนั้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916 และ 989 วรรค 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.908 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.916 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.918 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.959 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.987 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ ได้สลักหลังเช็คธนาคารไทยพัฒนาจำกัด สาขาปากน้ำโพ ๓ ฉบับ ซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้สั่งจ่ายเงินล่วงหน้าให้แก่จำเลยที่ ๒ โจทก์นำเช็คดังกล่าวไปขอรับเงินต่อธนาคาร ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ได้สั่งระงับการจ่ายเงิน จึงขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้เงินตามเช็ค จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๒ สมคบกัน โดยจำเลยที่ ๒ แกล้งเป็นลูกหนี้โจทก์ โจทก์ไม่ได้เป็นผู้ทรงเช็คหรือรับโอนเช็คดังกล่าว จำเลยที่ ๒ เซ็นชื่อหลังเช็คในฐานะผู้ขอเบิกเงินจากธนาคาร ไม่ใช่ในฐานะผู้สลักหลังโอนเช็คให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ได้สั่งจ่ายเช็คให้แก่จำเลยที่ ๒ หรือผู้ถือจำเลยที่ ๒ ได้สลักหลังชำระหนี้ให้โจทก์ ข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ ๑ นำสืบไม่ปรากฏว่าการโอนเช็คระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ได้มีขึ้นด้วยสมคบกับฉ้อฉลจำเลยที่ ๑ โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คทั้ง ๓ ฉบับนี้โดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ ๒ เป็นผู้นำเช็คทั้ง ๓ ฉบับไปขึ้นเงินต่อธนาคาร โจทก์หาได้นำเช็คดังกล่าวไปขึ้นเงินไม่ เมื่อโจทก์มิได้นำเช็คไปขึ้นเงินจากธนาคาร ก็เท่ากับโจทก์ยังไม่ได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๔ คือ โจทก์มิได้ทวงถามหนี้รายนี้จากธนาคาร ธนาคารก็ดี จำเลยที่ ๑ ก็ดี ยังมิได้ผิดสัญญาต่อโจทก์ หนี้ที่โจทก์ฟ้องเป็นหนี้ร่วม เมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๒ ก็ไม่ต้องรับผิดด้วย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบ โจทก์ไม่เคยไปเบิกเงินจากธนาคาร โจทก์จะมากล่าวหาว่าจำเลยที่ ๑ ทำผิดย่อมฟังไม่ขึ้น และหนี้ที่โจทก์ฟ้องเป็นหนี้ร่วม เมื่อจำเลยที่ ๑ ผู้สั่งจ่ายไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๒ ผู้โอนเช็คให้โจทก์ย่อมไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยที่ ๑ รับผิดตามฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า เช็ครายพิพาททั้ง ๓ ฉบับ ระบุให้จ่ายเงินแก่จำเลยที่ ๒ หรือผู้ถือการโอนไปย่อมสมบูรณ์เพียงด้วยส่งมอบให้กัน เมื่อจำเลยที่ ๒ ส่งมอบเช็คพิพาทให้โจทก์ โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๘ และ ๙๘๙ คดีนี้ คู่ความรับกันแล้วว่าเช็ครายพิพาทถึงกำหนด และธนาคารไม่ยอมจ่ายเงินตามเช็ค ผู้ทรงย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บรรดาผู้สั่งจ่ายได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๕๙ จำเลยที่ ๑ ผู้สั่งจ่ายเช็คหาอาจจะต่อสู้โจทก์ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับจำเลยที่ ๒ ผู้ทรงคนก่อน ๆ นั้นได้ไม่ เว้นแต่การโอนจะได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้สั่งจ่ายเช็คล่วงหน้าให้แก่จำเลยที่ ๒ ต่อมาปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ได้ยักยอกเงินของบริษัทซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการจำเลยที่ ๑ จึงแจ้งความให้ดำเนินคดีอาญา และแจ้งธนาคารให้ระงับการจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยที่ ๒ เอาเช็คพิพาทไปขึ้นเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่าย จำเลยที่ ๒ จึงให้เช็คแก่โจทก์ โจทก์ได้เอาเช็คนั้นมาฟ้องให้จำเลยที่ ๑ รับผิดจ่ายเงินตามเช็ค เมื่อการโอนเช็คพิพาทระหว่างจำเลยที่ ๒ และโจทก์ได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันเพื่อฉ้อฉลจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ผู้สั่งจ่ายย่อมต่อสู้ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยเกี่ยวพันระหว่างตนกับจำเลยที่ ๒ ผู้ทรงคนก่อนนั้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๖ และ ๙๘๙ วรรค ๑ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 372/2511 นายเสถียร อินทร์ขาว โจทก์ นายเสนาะ พึ่งเจียม ที่ 1 นายพิสิษฐ์ หลิ่มสมบัติ ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสถียร อินทร์ขาว · ล. - นายเสนาะ พึ่งเจียม ที่ 1 นายพิสิษฐ์ หลิ่มสมบัติ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · โชค จารุจินดา · บัญญัติ สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายไพรัช วงศ์วัฒนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายเทียบ สุจารีกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 610/2520ฎีกา 312/2531ฎีกา 1195/2535ฎีกา 4257/2530ฎีกา 5594/2533ฎีกา 698/2537ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 2521/2540ฎีกา 3792-3793/2529ฎีกา 369/2522ฎีกา 351/2525ฎีกา 2902/2557ฎีกา 1384/2518ฎีกา 6549/2542ฎีกา 7255/2539ฎีกา 18343/2556ฎีกา 2752/2536ฎีกา 4619/2536ฎีกา 8296/2551ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 425/2501ฎีกา 6339/2539ฎีกา 672/2519ฎีกา 192/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา