⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2647/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2647/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ในสิ่งที่ไม่ใช่สาระสำคัญ หรือไม่ได้ให้เหตุแห่งการปฏิเสธไว้ ต้องถือว่าจำเลยยอมรับตามฟ้องในข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้าง.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ออก จำเลยที่ 3เป็นผู้สลักหลัง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธข้ออ้างตามฟ้องของโจทก์แต่เพียงในสิ่งที่ไม่ใช่สาระสำคัญว่าเช็คตามฟ้องไม่มีมูลหนี้ตกไปอยู่ในความครอบครองของโจทก์โดยไม่สุจริต และโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองโดยไม่สุจริต แม้จำเลยจะให้การปฏิเสธว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็ไม่ได้ให้เหตุแห่งการปฏิเสธไว้ต้องถือว่าจำเลยทั้งสองยอมรับตามฟ้อง ดังนี้ไม่จำต้องให้คู่ความนำสืบข้อเท็จจริงอื่นใดที่ไม่จำเป็นแก่คดีอีก.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.182 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 100,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า เช็คพิพาททั้งสองฉบับไม่มีมูลหนี้เพราะตกมาอยู่ในความครอบครองของโจทก์โดยไม่สุจริต และโจทก์ทราบดีว่าเช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า แม้จำเลยทั้งสองจะให้การปฏิเสธโดยไม่ให้เหตุแห่งการปฏิเสธ จำเลยทั้งสองก็มีสิทธิที่จะนำพยานเข้าสืบตามข้อปฏิเสธลอยของจำเลยได้นั้นเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสองบัญญัติว่า "ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น" เป็นการบังคับว่าจำเลยจะยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างตามฟ้องของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วนก็ได้ แต่จำเลยจะต้องให้เหตุแห่งการยอมรับหรือปฏิเสธนั้น โดยเฉพาะการปฏิเสธฟ้องของโจทก์ไม่ว่าปฏิเสธทั้งสิ้นหรือบางส่วนจำเลยจำเป็นจะต้องให้เหตุแห่งการปฏิเสธไว้ เท่ากับจำเลยจะต้องกล่าวอ้างข้อเท็จจริงไว้ในคำให้การเพื่อตั้งเป็นประเด็นข้อพิพาท มิฉะนั้น จำเลยจะไม่มีประเด็นอะไรให้นำสืบตามหน้าที่ของจำเลยได้ ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเป็นประเด็นว่าจำเลยที่ 1 ออกเช็ค 2 ฉบับสั่งจ่ายเงินตามฟ้อง โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ เมื่อเช็คถึงกำหนดชำระโจทก์นำไปขึ้นเงิน ธนาคารผู้จ่ายปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้ง 2 ฉบับ เพราะเงินในบัญชีไม่พอจ่ายขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดตามเช็ค จำเลยทั้งสองให้การว่าเช็คทั้ง 2 ฉบับตามฟ้องไม่มีมูลหนี้ เช็คทั้ง 2 ฉบับตกไปอยู่ในครอบครองของโจทก์โดยไม่สุจริต โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองโดยใช้สิทธิไม่สุจริตและโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายจะเห็นได้ว่าคำให้การของจำเลยทั้งสองปฏิเสธข้ออ้างตามฟ้องของโจทก์แต่เพียงในสิ่งที่ไม่ใช่สาระสำคัญว่าเช็คตามฟ้องไม่มีมูลหนี้ตกไปอยู่ในครอบครองของโจทก์โดยไม่สุจริต และโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองโดยไม่สุจริต แม้จำเลยจะให้การปฏิเสธว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็ไม่ได้ให้เหตุแห่งการปฏิเสธไว้อีกทั้งจำเลยทั้งสองก็ไม่ได้ให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ออกเช็ค จำเลยที่ 2 ไม่ได้สลักหลังเช็คและธนาคารผู้จ่ายไม่ได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คหรือไม่ เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ปฏิเสธในข้อเหล่านี้ต้องถือว่าจำเลยทั้งสองยอมรับว่าจำเลยที่ 1ออกเช็ค จำเลยที่ 2 สลักหลังเช็ค เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังนี้แล้วไม่จำต้องให้คู่ความนำสืบข้อเท็จจริงอื่นใดที่ไม่จำเป็นแก่คดีอีกเมื่อปรากฏว่าเช็คพิพาทจำเลยสั่งจ่ายแก่ผู้ถือ โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คเมื่อเรียกเก็บเงินจากธนาคารไม่ได้โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องให้โจทก์และจำเลยนำพยานเข้าสืบอีกต่อไป และให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่ายชอบแล้ว..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2647/2535 นาง โสภาคย์ โสตะระ โจทก์ นาง เนตรนภา อาจวิชัย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง โสภาคย์ โสตะระ · จำเลย - นาง เนตรนภา อาจวิชัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 5712/2541ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 119/2532ฎีกา 1616/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ