คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1647/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เพียงแต่เตรียมการเอาอาวุธออกมา หรือการชักอาวุธออกมาแต่ยังไม่ทันเล็งหรือใช้อาวุธนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นการลงมือกระทำความผิดตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมาพบผู้เสียหายที่บ่อน้ำ ผู้เสียหายพูดกับจำเลยเรื่องทำร้ายหลานชายผู้เสียหายซึ่งเป็นใบ้ จำเลยไม่พอใจผู้เสียหายและพูดว่า เดี๋ยวยิง ผู้เสียหายท้าให้ยิง จำเลยจึงควักปืนออกมาปากกระบอกเพิ่งพ้นจากเอวยังไม่ทันหันมาทางผู้เสียหาย ก็ถูกผู้เสียหายแย่งไปได้ การที่จำเลยชักปืนออกมาเป็นเพียงเตรียมการเอาปืนออกมาเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นลงมือ การที่จำเลยเพียงแต่ควักปืนยังไม่พ้นจากเอว จำเลยอาจทำท่าขู่ก็ได้ พฤติการณ์ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นพยายามกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์นำพยานเข้าสืบประกอบข้อเท็จจริงได้ความว่านางอุ่น ผู้เสียหาย กับจำเลยพบกัน นางอุ่นผู้เสียหายได้ถามจำเลยถึงเรื่องที่จำเลยตีนายช่วงหลานชายจำเลยตอบว่าจะตีให้ตาย ผู้เสียหายว่าตีให้ตายไม่ได้จะติดตาราง จำเลยว่าอย่าพูดมากเดี๋ยวยิง ผู้เสียหายว่ายิงก็ยิงเพราะเข้าใจว่าจำเลยไม่มีปืน ทันใดนั้น จำเลยได้ควักปืนสั้นไม่มีทะเบียนออกจากเอาภายในเสื้อคลุมขณะปากกระบอกปืนพ้นจากเอว ยังไม่ทันเล็งมายังผู้เสียหาย ผู้เสียหายได้จับข้อมือจำเลยไว้แล้วปล้ำกันจนล้มลง ผู้เสียหายแย่งปืนจากจำเลยได้ จึงนำปืนไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงาน ปรากฏว่ามีกระสุนบรรจุอยู่หนึ่งนัด เจ้าพนักงานจับจำเลยมาดำเนินคดี
ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยชักปืนออกจากเอว พอปากกระบอกปืนพ้นเอวก็ถูกผู้เสียหายแย่งไป จำเลยยังไม่เล็กปืนหรือจ้องปืนมายังผู้เสียหาย จึงยังไม่อาจฟังว่าจำเลยลงมือกระทำความผิดและมีเจตนายิงผู้เสียหาย เพราะไม่แน่นอนว่าเมื่อจำเลยชักปืนออกมาแล้วจะยิงผู้เสียหายหรือไม่ การที่ผู้เสียหายเข้าแย่งปืนเป็นการป้องกันก่อนถึงขั้นจำเลยกระทำความผิด การกระทำของจำเลยยังไม่พอถือว่าเป็นพยายามฆ่า พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยได้พยายามยิงผู้เสียหายแล้วเพราะการยิงคนซึ่งห่างระยะหนึ่งแขนไม่จำต้องเล็งหรือเตรียมการอะไรอีก เพียงแต่หันปากกระบอกปืนไปทางผู้เสียหายแล้วลั่นไกเท่านั้น ก็ยิงผู้เสียหายได้สำเร็จ การกระทำของจำเลยเพื่อยิงผู้เสียหายถือได้ว่าได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว พิพากษายกกลับลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำเลยอายุ ๑๖ ปี ยังไม่สมควรลงโทษจำคุกให้ส่งตัวไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดสงขลา เพื่อฝึกอบรมเป็นเวลา ๑ ปี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ บัญญัติว่าผู้ใดลงมือกระทำความผิดแต่กระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด ในคดีนี้จำเลยได้ควักปืนออกมา ปากกระบอกปืนเพิ่งพ้นจากเอวยังไม่ทันหันมาทางผู้เสียหายก็ถูกผู้เสียหายแย่งไปได้ การที่จำเลยชักปืนออกมาเป็นเพียงเตรียมการเอาปืนออกมาเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นลงมือ จำเลยอาจทำท่าขู่ พฤติการณ์ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นพยายามกระทำความผิด พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1647/2512
พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ โจทก์
นายไข่แดง หรือ สมนึก ขยายแก้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ · จำเลย - นายไข่แดง หรือ สมนึก ขยายแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สว่าง ภูวะปัจฉิม · ยง เหลืองรังษี · ปันโน สุขทรรศนีย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกระบี่ - นายประจักษ์ พุทธิสมบัติ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาวน์ดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา