คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับจ้างสีข้าว แม้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นและคิดค่าจ้างเพียงเล็กน้อย ก็ถือเป็นการค้าข้าวตามกฎหมายที่ต้องได้รับอนุญาตก่อน
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2489 มาตรา 3กล่าวถึงการค้าข้าวไว้ว่าหมายถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนหรือโอนกรรมสิทธิ์ข้าว รวมตลอดถึงการสีข้าว ทั้งนี้ นอกจากสำหรับบริโภคในครอบครัว ฉะนั้นการที่จำเลยรับจ้างชาวบ้านสีข้าว แม้จะเอาค่าจ้างเพียงเล็กน้อย โดยมีเจตนาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้มีข้าวสารบริโภคก็ดี ก็ได้ชื่อว่าเป็นการค้าข้าวตามความหมายของพระราชบัญญัติการค้าข้าวแล้ว จำเลยจึงต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2489 เสียก่อน จึงจะทำการสีข้าวได้ การที่จำเลยรับจ้างชาวบ้านสีข้าวโดยมิได้รับอนุญาตจึงเป็นความผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2489 ม.3
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับจ้างสีข้าวเพื่อประโยชน์ในการค้าข้าวแทนนายนุช ทาวงศ์ และไม่แจ้งการเปลี่ยนเจ้าของและผู้จัดการใหม่เป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานภายใน ๑๕ วัน และจำเลยประกอบการค้าข้าวประเภทสีข้าว ในเขตควบคุมการค้าข้าวโดยใช้เครื่องจักร แต่มิได้ยื่นขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ ฉบับที่ ๖๙ พ.ศ. ๒๔๙๙ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๕, ๒๑พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๐ พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๘, ๙, ๑๘ พระราชบัญญัติการค้าข้าว(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๔, ๕, ๑๑
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องจริงแต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙มาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๙ซึ่งเป็นกระทงหนัก ปรับ ๒,๐๐๐ บาท ไม่ใช้ค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยรับโอนโรงสีโดยสุจริตเชื่อว่าเป็นการถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ควรมีความผิดนั้น เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยรับจ้างทำการสีข้าวชาวบ้านนั้น ก็เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีข้าวสารใช้บริโภคได้โดยสะดวก ไม่ใช่สำหรับเอาไปซื้อขาย ไม่ใช่เป็นการค้าข้าว ไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องจดทะเบียนประกอบการค้าข้าวประเภทโรงสีนั้น เห็นว่าพระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๓ กล่าวถึงการค้าข้าวไว้ว่า หมายถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนหรือโอนกรรมสิทธิ์ข้าว รวมตลอดถึงการสีข้าว ทั้งนี้นอกจากสำหรับบริโภคในครอบครัว ฉะนั้น การที่จำเลยรับจ้างชาวบ้านสีข้าว แม้จะเอาค่าจ้างเพียงเล็กน้อย โดยมีเจตนาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้มีการบริโภคก็ดี ก็ได้ชื่อว่าเป็นการค้าข้าวตามความหมายของพระราชบัญญัติการค้าข้าวแล้ว จำเลยจึงต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๙ เสียก่อน จึงจะทำการสีข้าวได้ การที่จำเลยรับจ้างชาวบ้านสีข้าวโดยมิได้รับอนุญาตจึงเป็นความผิด
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2512
พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์
นายสี ทาวงศ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายสี ทาวงศ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พันธ์ นัยวิฑิต · วิเชียร เศวตรุนทร์ · วินัย ทองลงยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - ม.ร.ว.อดุลกิติ์ กิติยากร · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาว์ดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา