คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1173/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกใบอนุญาตให้ขนย้ายสิ่งของโดยไม่ระบุห้ามการขนย้ายในเวลากลางคืน ย่อมถือว่าอนุญาตให้ขนย้ายได้ตลอดเวลาตามที่ใบอนุญาตกำหนด
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้รับอนุญาตให้ขนย้ายข้าวจากอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรีไปยังจังหวัดพระนครโดยยานพาหนะเรือบันทุกตามใบอนุญาต ๆ ให้ขนย้ายได้ภายใน 10 วัน ในวันที่ออกใบอนุญาตเวลาประมาณ 15 ถึง 16 น. ปลัดอำเภอได้ไปตรวจดูการขนย้ายจากโรงสีลงเรือกระแชงซึ่งจอดอยู่หน้าโรงสีเมื่อการขนถ้ายข้าวลงเรือเสร็จแล้ว ปลัดอำเภอได้ออกใบอนุญาตให้ขนย้ายข้าวได้ แต่น้ำในคลองแห้ง จึงยังออกเรือไม่ได้ จนเวลากลางคืนประมาณ 3.00 น. น้ำขึ้นเรือจึงออกได้ แล้วก็ถูกจับ ดังนี้ เมื่อปรากฎว่าการขนข้าวจากอำเภอพานทองไปยังกรุงเทพฯ จะต้องใช้เวลากลางวันและกลางคืน รวม 4 วัน 4 คืน หากจะเดินเรือฉะเพาะกลางวันจะต้องใช้เวลาถึง 15 -16 วัน ปลัดอำเภอผู้ออกใบอนุญาตก็ทราบเหตุนี้ ก่อนออกใบอนุญาตก็หาได้ห้ามปรามหรือตักเตือนมิให้เดินเรือในเวลากลางคืนไม่ และในใบอนุญาตก็หามีข้อความห้ามมิให้เดินเรือในเวลากลางคืนไม่ ตามเหตุผลจะชี้ขาดว่าจำเลยบังอาจฝ่าฝืนประกาศคำสั่งห้ามขนย้ายข้าวในเวลากลางคืนยังไม่ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2489 ม.3 พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2489 ม.4 พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2489 ม.10 พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2489 ม.12
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ความว่า จำเลยที่ ๑ ได้รับอนุญาตให้ขนย้ายข้าวสารจากโรงสีอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ไปยังองค์การข้าวจังหวัดพระนคร โดยยานพาหนะเรือบันทุก ตามใบอนุญาต อนุญาตให้ขนย้ายได้ภายใน ๑๐ วันนับแต่วันออกใบอนุญษต ในวันออกใบอนุญานเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐ น. นายประดับปลัดอำเภอได้ไปตรวจดูการขนย้ายข้าวจากโรงสีลงบันทุกในเรือกระแชงซึ่งจอดอยู่หน้าโรงสี เมื่อการขนถ่ายข้าวลงเรือเสร็จแล้ว นายประดับได้ออกใบอนุญาตให้ขนย้ายข้าวได้ ในขณะนั้นน้ำในคลองแห้ง จึงยังออกเรือไม่ได้ จำเลยที่ ๒,๓,๔ เป็นคนควบคุมเรือ พอเรือออกไปได้ไกลจากโรงสีประมาณ ๒๐ เส้น ก็ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับ และได้ฟ้องเป็นคดีนี้ หาว่าจำเลยบังอาจขนย้ายข้าวในเวลากลางคืนอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศข้าหลวงประจำจังหวัด ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีผิดตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว (ฉะบับที่ ๒) ๒๔๘๙ มาตรา ๓,๔,๑๐,๑๒ ให้จำคุก ๓ เดือน ปรับ ๒๐๐๐ บาท แต่ให้รอการลงอาญาไว้ ยกฟ้องจำเลยที่ ๒,๓,๔ ศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกฟ้องโจทก์เสียทั้งหมด
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การขนข้าวจากอำเภอพานทอง โดยเรือกระแชงไปกรุงเทพฯ จะต้องใช้เวลาทั้งกลางวันและกลางคืน ๔ วัน ๔ คืน หากจะเดินเรือฉะเพาะกลางวัน จะต้องใช้เวลาถึง ๑๔-๑๕ วัน นายประดับผู้ออกใบอนุญาตก็ทราบถึงเหตุนี้อยู่ก่อนออกใบอนุญาตก็หาได้ห้ามปรามหรือตักเตือนมิให้เดินเรือในเวลากลางคืนไม่ ในใบอนุญาตก็กำหนดเวลาให้ขนได้ภายใน ๑๐ วัน แต่หามีข้อความห้ามมิให้เดินเรือในเวลากลางคืนไม่ ตามเหตุผลที่ปรากฎ จะชี้ขาดว่าจำเลยบังอาจฝ่าฝืนประกาศคำสั่งยังไม่ได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1173/2492
อัยยการชลบุรี โจทก์
นายบุญเจตน์ โอทกานนท์ ที่ 1,
นายซำ แซ่ล้อ ที่ 2, นายแขก แซ่จึง ที่ 3,
นายชุน แซ่เตียว ที่ 4 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการชลบุรี · 1, - นายบุญเจตน์ โอทกานนท์ ที่ · 3, - นายซำ แซ่ล้อ ที่ 2, นายแขก แซ่จึง ที่ · ล. - นายชุน แซ่เตียว ที่ 4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นายเรือง กาเล็ด · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา