⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 153/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขนย้ายข้าวทุกชนิดตั้งแต่ 200 กิโลกรัมขึ้นไป ออกจากสถานที่เก็บภายในเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามประกาศกำหนดการควบคุมการค้าข้าว

ย่อคำพิพากษา

ประกาศกำหนดการควบคุมการค้าข้าวมีข้อความว่า "ห้ามมิให้ยักย้ายหรือขนย้ายข้าวทุกชนิดตั้งแต่ 200 กิโลกรัมขึ้นไป ออกไปจากสถานที่เก็บภายในเขตควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากพนักงานเจ้าหน้าที่จังหวัดสตูลหรือผู้รักษาการแทน....ฯ" นั้น กินความถึงการขนย้ายข้าวทุกชนิดตั้งแต่ 200 กิโลกรัมขึ้นไป ออกจากสถานที่เก็บภายในเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ฯ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2489 ม.4 พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2489 ม.10 พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2489 ม.12 พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ม.4 พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ม.5 พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ม.7 พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ม.8 พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ม.17

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีข้าวสารหนัก ๓,๕๙๒ กิโลกรัม ไว้ในความครอบครอง โดยมิได้แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บและขนย้ายข้าวดังกล่าวออกจากสถานที่เก็บโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยข้าวของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๔, ๕, ๗, ๘, ๑๗, ๒๑ ทวิ; (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๔, ๑๐, ๑๒ ประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ การค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ (ฉบับที่ ๘๐) พ.ศ. ๒๕๐๙ ประกาศผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ฉบับลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๑๐ เรื่องกำหนดการค้าข้าวและแจ้งปริมาณสถานที่เก็บข้าว กับขอให้ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยได้ข้าวมาไว้ในความครอบครองตั้งแต่เมื่อใด เกินเวลาตามประกาศของผู้ว่า ราชการจังหวัดแล้วหรือไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานไม่แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บข้าว ส่วนความผิดฐานขนย้ายข้าวสารนั้น ฟังได้ว่าจำเลยได้ขนย้ายข้าวสาร ๗ กระสอบ น้ำหนักรวมกันตั้งแต่ ๒๐๐ กิโลกรัม จากที่เก็บโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการฝ่าฝืนประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลจริง จำเลยจึงมีความผิด ส่วนข้าวอีก ๓๐ กระสอบเป็นข้าวสารที่จำเลยขนย้ายมาจากตำบลอื่นซึ่งมิใช่ตำบลที่โจทก์ฟ้อง ข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง ลงโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๑๗, ๒๑ ทวิ; (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๑๐, ๑๒ ประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ (ฉบับที่ ๘๐) พ.ศ. ๒๕๐๙ ประกาศผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๑๐ เรื่องกำหนดการควบคุมการค้าข้าวและแจ้งปริมาณ สถานที่เก็บข้าว ให้จำคุกจำเลย ๓ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำรอไว้ ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา ๕๖ ริบข้าวและกระสอบใส่ข้าวของกลาง ๗ กระสอบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ความผิดฐานยักย้ายหรือขนย้ายข้าวออกไปจากสถานที่เก็บเป็นความผิดต่อเนื่องกันไป ไม่ได้เป็นความผิดขาดตอนเพียงขนข้าวจากยุ้งหรือจากสถานที่เก็บเท่านั้น ความผิดจะเกิดขึ้นทุก ๆ ตำบลที่ขนย้ายข้าวไปภายในเขตที่ควบคุม คดีนี้เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยข้าวของกลางขณะขนย้ายข้าวออกจากสถานที่เก็บในเขตตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล อันเป็นเขตควบคุมการค้าข้าว จึงเป็นความผิดตามประกาศดังกล่าว ไม่ใช่เป็นเรื่องข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๑๗, ๒๑ ทวิ; (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๑๐, ๑๒ ประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ (ฉบับที่ ๘๐) พ.ศ. ๒๕๐๙ และประกาศผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๑๐ เรื่องกำหนดการควบคุมการค้าข้าวและแจ้งปริมาณสถานที่เก็บข้าว ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี ริบข้าวและกระสอบใส่ข้าวทั้ง ๓๗ กระสอบ นอกที่แก้นี้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้พร้อมด้วยข้าวสาร ๓๗ กระสอบ น้ำหนัก ๓,๕๙๒ กิโลกรัม ที่ตำบลคลองขุด อันเป็นเขตควบคุมการค้าข้าวและเขตห้ามขนย้ายข้าวและเห็นว่าประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เรื่องกำหนดการควบคุมการค้าข้าวฯ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๑๐ ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓,๔,๕ และ ๘ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ และ มาตรา ๔, ๕ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๙ ข้อ ๔ ว่า "ห้ามมิให้ยักย้ายหรือขนย้ายข้าวทุกชนิด ตั้งแต่ ๒๐๐ กิโลกรัมขึ้นไป ออกไปจากสถานที่เก็บภายในเขตควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากพนักงานเจ้าหน้าที่จังหวัดสตูลหรือผู้รักษาการแทน...ฯ" ประกาศดังกล่าวนั้นกินความถึงการขนย้ายข้าวทุกชนิดตั้งแต่ ๒๐๐ กิโลกรัมขึ้นไปออกจากสถานที่เก็บภายในเขตควบคุม โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ฯ เพราะประกาศดังกล่าวใช้ถ้อยคำว่า ห้ามยักย้ายหรือขนย้าย ฯ ซึ่งรวมใจความสำคัญได้ว่า ห้ามยักย้ายหรือขนย้ายข้าวทุกชนิดภายในเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตนั่นเองโดยถ้าประสงค์จะถือว่าเป็นความผิดเฉพาะแต่ตอนขนออกจากสถานที่เก็บตามที่แจ้งปริมาณไว้ จะใช้ถ้อยคำเพียงแต่ว่า ห้ามขนย้ายข้าวที่แจ้งปริมาณไว้ออกจากสถานที่เก็บโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ฯ ก็เป็นการเพียงพอแล้ว โดยไม่ต้องมีคำว่า ภายในเขตควบคุมอีก เพราะเขตควบคุมนั้นกินความกว้างขวางถึงตลอดทั้งเขตตำบล อำเภอหรือจังหวัด ต่อเนื่องกันไปแต่ละประเภท ดังปรากฏตามประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ การค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ (ฉบับที่ ๘๐) พ.ศ. ๒๕๐๙ แล้ว ฉะนั้น การที่เจ้าพนักงานจับจำเลยได้ขณะจำเลยใช้รถยนต์บรรทุกยักย้ายหรือขนย้ายข้าวของกลาง ๓๗ กระสอบ อันมีจำนวน ๓,๕๙๒ กิโลกรัม อันเป็นจำนวนเกิน ๒๐๐ กิโลกรัม ตามประกาศผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ออกจากสถานที่เก็บโรงสีต่าง ๆ ในเขตอำเภอเมืองสตูล อันเป็นเขตห้ามขนย้ายข้าว จึงมีความผิดฐานยักย้ายหรือขนย้ายข้าวโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากพนักงานเจ้าหน้าที่จังหวัดสตูลฯ ตามฟ้อง หาใช่เป็นความผิดเพียงฐานไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บไม่ พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2513 พนักงานอัยการจังหวัดสตูล โจทก์ นายนิยม ชนะพงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสตูล · จำเลย - นายนิยม ชนะพงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บัญญัติ สุขารมณ์ · จินตา บุณยอาคม · วินัย ทองลงยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสตูล - นายส่อง สุขะปุณณพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 685/2491ฎีกา 1173/2492ฎีกา 2092/2492ฎีกา 2059/2492ฎีกา 770/2491ฎีกา 686/2491ฎีกา 1337/2492ฎีกา 2711/2529ฎีกา 1424/2492ฎีกา 596/2491ฎีกา 474/2518ฎีกา 512/2493ฎีกา 121/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา