⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2711/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2711/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับฝากทรัพย์สินที่มิใช่เงิน มีหน้าที่ต้องคืนทรัพย์สินชนิดและประเภทเดียวกันกับที่รับฝาก หากผู้รับฝากยักยอกทรัพย์สินนั้นไปโดยทุจริต การส่งคืนทรัพย์สินชนิดและประเภทเดียวกันเป็นการชำระหนี้ทางแพ่งเท่านั้น ไม่ทำให้พ้นผิดอาญาฐานยักยอก. การกระทำกรรมเดียวอาจเป็นความผิดได้หลายบทตามกฎหมายที่แตกต่างกัน หากองค์ประกอบความผิดครบถ้วน.

ย่อคำพิพากษา

ผู้รับฝากข้าวมีหน้าที่จะต้องคืนทรัพย์ที่รับฝากแก่ผู้ฝาก ผู้รับฝากจะนำทรัพย์ออกใช้สอยหรือมอบให้ผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ฝากหาได้ไม่ กรณีมิใช่เป็นการฝากเงินซึ่งผู้รับฝากไม่จำเป็นต้องส่งคืนเงินอันเดียวกันกับที่รับฝากไว้ การฝากข้าวซึ่งเป็น สังกมะทรัพย์นั้น หากผู้รับฝากยักยอกเอาข้าวไปโดยทุจริตไม่สามารถส่งคืนข้าวที่รับฝากไว้ให้แก่ผู้ฝากได้ ผู้รับฝากอาจต้องส่งคืนข้าวชนิดและประเภทเดียวกันให้แก่ผู้ฝากซึ่งเป็นการชำระหนี้ในทางแพ่งเท่านั้น หามีผลให้ผู้รับฝากพ้นความรับผิดฐานยักยอกในทางอาญาไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ยักยอกข้าวโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ให้ความช่วงเหลือ แม้ศาลอุทธรณ์จะไม่ลงโทษจำเลยที่ 1 ด้วย เพราะคดีสำหรับจำเลยที่ 1 เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้สนับสนุนได้ ความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญากับความผิดฐานยักย้ายข้าวจากสถานที่เก็บโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช2489 เป็นความผิดที่มีองค์ประกอบต่างกันและเป็นอิสระจากกัน การกระทำกรรมเดียวอาจเป็นความผิดทั้งสองฐานได้ มิใช่เป็นกรณีที่ถ้าการกระทำเป็นความผิดฐานหนึ่งแล้วมิอาจเป็นความผิดอีกฐานหนึ่งได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในการยักย้ายข้าวซึ่งเป็นความผิดฐานยักยอกนั้น จำเลยที่ 2 มิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช 2489 จำเลยที่ 2 ก็มีความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.102 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.657 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.660 พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ม.7 พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ม.8 พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ม.17

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้รับมอบการครอบครองข้าวเปลือกจากองค์การตลาดเพื่อการเกษตร จำเลยที่ ๑ ได้ยักยอกเอาข้าวเปลือกดังกล่าวเป็นของจำเลยและบุคคลที่ ๓ และจำเลยที่ ๑ ได้ยักยอกข้าวเปลือกจากสถานที่เก็บภายในเขตควบคุมการค้าข้าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการซึ่งตั้งขึ้นตามความในพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ และคณะกรรมการดังกล่าวได้ประกาศและสั่งห้ามยักย้ายข้าวเปลือกไว้แล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย การยักยอกข้าวเปลือกของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวมีจำเลยที่ ๒ กับพวกที่หลบหนีเป็นผู้สนับสนุนโดยช่วยเหลือย้ายข้าวเปลือกที่จำเลยที่ ๑ ยักยอกนั้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๘๓, ๘๖ พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๗, ๘, ๑๗ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๔, ๑๐ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ และพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๗, ๘, ๑๗ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๓๕ ประกอบด้วย มาตรา ๘๓ ซึ่งมีโทษหนักที่สุด จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๒ ปี สำหรับจำเลยที่ ๑ ให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๘๖ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานยักยอกข้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้รับฝากมีหน้าที่จะต้องคืนทรัพย์ที่รับฝากแก่ผู้ฝาก ผู้รับฝากจะนำทรัพย์ออกใช้สอยหรือมอบให้ผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ฝากหาได้ไม่ กรณีนี้ไม่เป็นการฝากเงินซึ่งผู้รับฝากไม่จำเป็นต้องส่งคืนเงินอันเดียวกันกับที่รับฝากไว้จริงอยู่การฝากข้าวซึ่งเป็นสังกมะทรัพย์นั้น หากผู้รับฝากยักยอกเอาข้าวไปโดยทุจริต ไม่สามารถส่งคืนข้าวที่รับฝากไว้ให้แก่ผู้ฝากได้ ผู้รับฝากอาจต้องส่งคืนข้าวชนิดและประเภทเดียวกันให้แก่ผู้ฝาก ซึ่งก็เป็นเรื่องของการชำระหนี้ในทางแพ่งเท่านั้น หามีผลให้ผู้รับฝากพ้นความรับผิดฐานยักยอกในทางอาญาไม่ ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มิได้กระทำผิดไม่มีตัวการ จำเลยที่ ๒ จึงไม่อาจรับผิดในฐานะผู้สนับสนุนนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยแล้วว่า จำเลยที่ ๑ ยักยอกข้าวขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกรรมโดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ ศาลอุทธรณ์ย่อมลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานเป็นผู้สนับสนุนได้ เพียงแต่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ด้วย เพราะคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วเท่านั้น หาใช่ว่าไม่มีตัวการกระทำผิดดังที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาไม่ สำหรับฎีกาของโจทก์ที่ว่า จำเลยที่ ๒ ต้องมีความผิดฐานยักย้ายข้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ ด้วยนั้น ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ว่า การที่จำเลยที่ ๒ ช่วยจำเลยที่ ๑ ยักย้ายข้าวก็เพื่อกระทำผิดฐานยักยอก จำเลยที่ ๒ จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการไม่ได้ จำเลยที่ ๒ จึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว โจทก์ฎีกาความว่า พระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ เป็นกฎหมายพิเศษ บทบังคับที่ห้ามยักย้ายข้าวเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นเป็นบทบังคับเด็ดขาด หากปล่อยให้มีข้อยกเว้นว่ากรณีเช่นคดีนี้ไม่ต้องขออนุญาตก็จะทำให้มีการหลีกเลี่ยงโดยปัดความรับผิดไปให้โจรผู้ร้ายได้ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา กับความผิดฐานยักย้ายข้าวจากสถานที่เก็บโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ เป็นความผิดที่มีองค์ประกอบต่างกัน และเป็นอิสระจากกัน การกระทำกรรมเดียวอาจเป็นความผิดทั้งสองฐานได้ มิใช่เป็นกรณีที่ถ้าการกระทำเป็นความผิดฐานหนึ่งแล้วมิอาจเป็นความผิดอีกฐานหนึ่งได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในการยักย้ายข้าวซึ่งเป็นความผิดฐานยักยอกนั้น จำเลยที่ ๒ มิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ จำเลยที่ ๒ ก็มีความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วยดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ มาตรา ๗, ๘, ๑๗ ด้วย และให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2711/2529 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี โจทก์ นางสาวบังอร มีคะชา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี · จำเลย - นางสาวบังอร มีคะชา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ รัตนากร · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายวิศิษฐ์ เสวกพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายศรี จาณุจิตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7100/2538ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 1057/2514ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 3595/2532ฎีกา 7194/2539ฎีกา 617/2536ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 3159/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา