⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 491/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 491/2510

พ.ร.บ.การค้าข้าว (ฉบับที่ 2) ม.3, 4, 6 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีอำนาจตามกฎหมายสามารถกำหนดให้ผู้ประกอบการค้าข้าวจัดทำรายงานการค้าข้าวประจำวันได้ และกำหนดระยะเวลาให้รายงานดังกล่าวแล้วเสร็จได้.

ย่อคำพิพากษา

คณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. 2489 ออกประกาศฉบับที่ 69 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2499 แต่งตั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบการค้าข้าวแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บข้าวได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสจึงออกประกาศฉบับที่ 2 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2507 ให้ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตประกอบการค้าข้าวทำรายงานการค้าข้าวประจำวันให้เสร็จสิ้นในวันรุ่งขึ้นและเก็บไว้ ณ สถานที่ประกอบการค้าข้าว ดังนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ารายงานการค้าข้าวประจำวันนั้นก็คือ การแจ้งปริมาณข้าวที่คงเหลือในวันหนึ่ง ๆ นั่นเอง ฉะนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสจึงมีอำนาจออกประกาศให้ทำรายงานการค้าข้าวได้ตามอำนาจในประกาศคณะกรรมการฉบับที่ 69 ข้อ 6 (5) และผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสย่อมจะมีอำนาจกำหนดระยะเวลาให้ผู้ค้าข้าวทำรายงานดังกล่าวให้เสร็จในวันรุ่งขึ้นได้ด้วยอำนาจที่ให้ไว้ในมาตรา 12 ประกอบด้วยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. 2489 บรรยายฟ้องว่า จำเลยทำรายงานการค้าข้าวประจำวันครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2508 โดยลงบัญชีข้าวสารเจ้าเหลือเมื่อสิ้นวัน จำนวน 8,800 กิโลกรัม ครั้นต่อมาเมื่อระหว่างตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2508 ตลอดมาถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2508 เวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจละเว้นไม่ทำรายงานการค้าข้าวประจำวันให้เสร็จสิ้นในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2508 ซึ่งเป็นวันรุ่งขึ้น และจำเลยได้ฝ่าฝืนมิได้ทำรายงานการค้าข้าวประจำวันให้เสร็จในวันรุ่งขึ้นตลอดมาจนถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2508 ฟ้องเช่นนี้ย่อมมีความหมายที่เข้าใจได้ชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่า จำเลยทำรายงานการค้าข้าวครั้งสุดท้ายเพียงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2508 เท่านั้น หลังจากนั้น คือ วันที่ 14 - 19 พฤศจิกายน 2508 ตลอดมา จำเลยมิได้ทำรายงานประจำวันเลย และจำเลยก็ให้การรับสารภาพชี้แจงเหตุผลว่าที่ไม่ได้ทำรายงานเพราะคนทำบัญชีเกิดเจ็บป่วย ตัวจำเลยเองโง่เขลารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนี้ ย่อมแสดงว่าจำเลยเข้าใจข้อหาของโจทก์ดีอยู่แล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมอย่างใด ส่วนที่โจทก์กล่าวมาในฟ้องด้วยว่าเจ้าพนักงานได้ตรวจพบการกระทำผิดของจำเลยเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2508 นั้น ไม่เป็นเหตุให้ฟ้องเสียไป เพราะเจ้าพนักงานอาจพบว่าจำเลยไม่ทำรายงานการค้าข้าวตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2508 นั้นได้ และตราบใดที่จำเลยยังคงไม่ทำรายงาน จำเลยก็ย่อมได้ชื่อว่ากระทำผิดทุกวันตลอดมา คำว่า "ข้าวซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดให้ริบเสีย" ตามมาตรา 21 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าวฯ นั้น จะต้องเป็นข้าวซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดโดยตรง จำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวโดยชอบแล้ว จำเลยทำผิดเพียงละเว้นไม่ทำรายงานการค้าข้าวประจำวันเท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าข้าวนั้นได้เกี่ยวเนื่องกับความผิดของจำเลยอย่างใดจึงไม่ริบข้าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2489 ม.3 พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2489 ม.4 พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2489 ม.6 พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2489 ม.10 พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2489 ม.12 พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ม.4 พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ม.8 พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ม.12 พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ม.17 พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ม.18

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า คณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ ได้ออกประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๘, ๙, ๑๒ กำหนดเขต จังหวัดนราธิวาสเป็นเขตควบคุมข้าว และตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตามข้อ ๖ ของประกาศคณะกรรมการฯ ฉบับที่ ๖๙ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ และผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้ออกประกาศฉบับที่ ๒ ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๐๗ ให้ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตประกอบการค้าข้าวทำรายงานการค้าข้าวประจำวันให้เสร็จสิ้นในวันรุ่งขึ้น และเก็บไว้ ณ สถานที่ประกอบการค้าข้าว จำเลยได้ทราบประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดดังกล่าวแล้ว บังอาจฝ่าฝืน คือ จำเลยทำรายงานการค้าข้าวประจำวันครั้งสุดท้ายเพียงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ โดยลงบัญชีข้าวสารเจ้าเหลือเมื่อสิ้นวันจำนวน ๘,๘๐๐ กิโลกรัม ราคา ๑๖,๗๒๐ บาท ครั้นต่อมาเมื่อระหว่างตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ ตลอดมาจนถึงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๘ เวลากลางคืน จำเลยได้บังอาจละเว้นไม่ทำรายงานการค้าข้าวประจำวันให้เสร็จสิ้นในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๘ เวลากลางวัน ซึ่งเป็นวันรุ่งขึ้น จำเลยได้ฝ่าฝืนไม่ทำรายงานการค้าข้าวประจำวันให้เสร็จสิ้นในวันรุ่งขึ้นตลอดมาจนถึงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๘ เหตุเกิดที่ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๘ เวลากลางวัน เจ้าพนักงานตรวจพบการกระทำผิดของจำเลยและยึดข้าวสารจำนวน ๘,๘๐๐ กิโลกรัมเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๔, ๘, ๑๒, ๑๗, ๑๘ พระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๓, ๔, ๖, ๑๐, ๑๒ ประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ ฉบับที่ ๖๙ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ ประกาศพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ จังหวัดนราธิวาส ฉบับที่ ๒ ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ และขอให้ศาลคืนข้าวของกลางแก่จำเลยเพราะได้แจ้งปริมาณไว้แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง ให้จำคุก ๑ ปีและปรับ ๑,๒๐๐ บาท รับสารภาพโดยดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๖ เดือน และปรับ ๖๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด ๒ ปี คงปรับสถานเดียว และริบข้าวของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาประชุมปรึกษาแล้ว ข้อที่จำเลยฎีกาว่าประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ ฉบับที่ ๖๙ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ ไม่ได้ให้อำนาจแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะออกประกาศบังคับให้ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวต้องทำรายงานการค้าข้าวประจำวันเก็บไว้ ณ สถานที่ทำการค้าแต่ประการใด ฉะนั้นประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ฉบับที่ ๒ ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๐๗ จึงเป็นประกาศที่นอกเหนืออำนาจ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่าประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าวฯ ฉบับที่ ๖๙ นั้น ได้ให้อำนาจแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดไว้ในข้อ ๖ (๕) ที่จะสั่งให้ผู้ประกอบการค้าข้าวแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บข้าวได้ ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่ารายงานการค้าข้าวประจำวันนี้คือการแจ้งปริมาณข้าวที่คงเหลือไว้วันหนึ่ง ๆ นั้นเอง ฉะนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสจึงมีอำนาจออกประกาศให้ทำรายงานการค้าข้าวได้ตามอำนาจในประกาศฉบับที่ ๖๙ ข้อ ๖ (๕) ดังกล่าวแล้ว และผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ก็ย่อมจะมีอำนาจกำหนดระยะเวลาให้ผู้ค้าข้าวทำรายงานการค้าข้าวประจำวันให้เสร็จในวันรุ่งขึ้นได้ตามอำนาจที่ให้ไว้ในมาตรา ๑๒ ประกอบด้วยมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าวได้ด้วย ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าการฟ้องของโจทก์มีความหมายที่เข้าใจได้ชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่า จำเลยทำรายงานการค้าข้าวครั้งสุดท้ายเพียงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๘ เท่านั้น หลังจากนั้นคือวันที่ ๑๔ ถึงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๘ ตลอดมา จำเลยมิได้ทำรายงานประจำวันเลย ซึ่งจำเลยก็ยื่นคำให้การรับสารภาพตามฟ้องว่า ได้ลงบัญชีไว้เพียงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๘ เท่านั้น หลังจากนั้นมิได้ทำเพราะคนทำบัญชีเกิดเจ็บป่วย การกระทำผิดของจำเลยเกิดขึ้นเนื่องจากความโง่เขลารู้เท่าไม่ถึงการณ์ของจำเลย ทั้งนี้ ย่อมแสดงว่าจำเลยได้เข้าใจข้อหาของโจทก์ดีอยู่แล้ว จึงได้ให้การรับสารภาพมาอย่างแจ่มแจ้งแสดงเหตุผลเช่นนั้น อนึ่ง ที่โจทก์บรรยายฟ้องมาว่าเจ้าพนักงานได้ตรวจพบการกระทำผิดของจำเลยเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๘ นั้น ก็ไม่เป็นเหตุให้ฟ้องเสียไปแต่อย่างใด เพราะเจ้าพนักงานอาจพบว่าจำเลยไม่ทำรายงานการค้าข้าวตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๘ นั้นได้ และตราบใดที่จำเลยยังคงไม่ทำรายงาน จำเลยก็ย่อมได้ชื่อว่ากระทำผิดทุกวันตลอดมา ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ส่วนปัญหาเรื่องริบข้าวของกลางที่จำเลยฎีกามานั้น ศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติการค้าข้าว มาตรา ๒๑ ทวิ ได้บัญญัติว่า "ข้าวซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดตลอดจนสิ่งที่ใช้บรรจุให้ริบเสีย" คำว่า ข้าวซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า จะต้องเป็นข้าวซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดโดยตรง คดีนี้ จำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวโดยชอบแล้ว ความผิดของจำเลยอยู่ที่การละเว้นไม่ทำรายงานเท่านั้น ข้าวของกลางรายนี้จึงไม่เกี่ยวเนื่องกับความผิดของจำเลยแต่อย่างใด ฉะนั้น จึงไม่ริบ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๑/๒๔๙๓ ๒๐๒/๒๔๙๓ และ ๔๙๕/๒๕๐๐ ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่เป็นบรรทัดฐานไว้แล้ว ศาลฎีกาพิพากษาแก้ โดยให้คืนข้าวสารของกลาง ๘,๘๐๐ กิโลกรัม ให้จำเลยไป นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 491/2510 อัยการจังหวัดนราธิวาส โจทก์ นายวินซื่อ แซ่เตียว ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนราธิวาส · ล. - นายวินซื่อ แซ่เตียว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · วิเชียร เศวตรุนทร์ · อดุล รัตนปิณฑะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายชลอ กลับดี · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิทิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 153/2513ฎีกา 2092/2492ฎีกา 770/2491ฎีกา 94/2511ฎีกา 2711/2529ฎีกา 121/2524ฎีกา 685/2491ฎีกา 1083/2525ฎีกา 686/2491ฎีกา 1424/2492ฎีกา 707/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา