คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 512/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การระบุเวลาตามกฎหมายอาญาต้องรวมถึงวัน เดือน ปี ด้วย
* การไม่ระบุเวลากลางวันหรือกลางคืนในคำฟ้องจะเคลือบคลุมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าคำฟ้องนั้นทำให้เข้าใจข้อหาได้เพียงใด
* ผู้ครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นต้องแจ้งปริมาณทรัพย์สินทั้งหมดที่ครอบครอง แม้จะแจ้งเฉพาะทรัพย์สินของตนเองก็ยังมีความผิดฐานแจ้งปริมาณเท็จ และทรัพย์สินของกลางต้องริบทั้งหมด
ย่อคำพิพากษา
คำว่า เวลาตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158(5) นั้นหมายความถึงวันเดือนปีด้วย ไม่หมายเฉพาะเวลากลางวันหรือกลางคืน
คำฟ้องที่ไม่กล่าวถึงเวลากลางวันหรือกลางคืนนั้น จะเคลือบคลุมหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปว่า ฟ้องนั้นกล่าวถึงเวลาพอให้เข้าใจข้อหาได้หรือไม่
ประกาศที่ให้ผู้ครอบคอรงข้าวแต่จำนวนเท่านั้นเกวียนแจ้งปริมาณสถานที่เก็บนั้น ผู้ที่ครอบครองข้าวของผู้อื่นอยู่ด้วยก็ต้องแจ้งปริมาณตามจำนวนที่ครอบครองทั้งหมด จะแก้ตัวว่าแจ้งเฉพาะของตนนั้น ไม่พ้นผิดฐานแจ้งปริมาณเท็จ และข้าวเปลือกของกลางต้องริบทั้งหมด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ข้าหลวงประจำจังหวัดซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การค้าข้าวได้ออกประกาศให้ผู้ข้าวเปลือกในครอบครองตั้งแต่ ๕ เกวียนหลวงขึ้นไปต้องแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ภายในวันที่กำหนด จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองข้าวเปลือกจ้าวรวม ๑๐ เกวียน ได้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่อพนักงานเจ้าห้าที่ ณที่ว่าการอำเภอบางเขนว่า จำเลยมีข้าวเปลือกอยู่เพียง ๕ เกวียน โดยรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ ชั้นแรกจำเลยปฏิเสธแล้วรับสารภาพ แต่แล้วกลับปฏิเสธอีก โจทก์นำสืบว่าได้ตรวจสอบข้าวมี ๑๐ เกวียน จำเลยนำสืบว่า มี ๘ เกวียน ของจำเลย ๕ เกวียน อีก ๓ เกวียนเป็นค่าเช่านาซึ่งจำเลยจะต้องให้แก่เจ้าของนา ๆ ฝากไว้
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คืนข้าวของกลาง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามประกาศให้ผู้มีข้าวอยู่ในความครอบครองเป็นผู้แจ้งปริมาณ มิใช่ถือว่าข้าวเป็นของใครผู้นั้นเป็นผู้แจ้ง และฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่าจำเลยทำผิดเวลาใดก็จริงแต่ปรากฏว่าจำเลยไปแจ้งปริมาณที่ว่าการอำเภอ ซึ่งเข้าใจว่าในเวลาราชการตามปกติต้องเป็นเวลากลางวัน จำเลยย่อมเข้าใจข้อหาที่เกี่ยวกับเวลากระทำผิดได้ดี ไม่เคลือบคลุม พิพากษากลับให้ปรับ ๑๐๐ บาทข้าวเปลือกของกลางริบ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คำว่า เวลาตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘(๕) นั้นหมายความถึงวันเดือนปีด้วย ไม่หมายเฉพาะเวลากลางวันหรือกลางคืน
คำฟ้องที่ไม่กล่าวถึงเวลากลางวันหรือกลางคืนนั้น หรือกลางวันนั้นจะเคลือบคลุมหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปว่า ฟ้องนั้นกล่าวถึงเวลาพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีหรือไม่ฟ้องคดีนี้โจทก์ได้กล่าวชัดแจ้งแล้ว ไม่มีเหตุอะไรที่จำเลยจะอ้างว่า ไม่เข้าใจข้อหาเกี่ยวแก่เรื่องเวลาเลย และเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องแจ้งปริมาณ ตลอดทั้งข้าวที่อยู่ในความครอบครองของจำเลย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 512/2493
อัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายหลิ่ม ที่ 1 นายฉิม ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายหลิ่ม ที่ 1 นายฉิม ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · จำรูญเนติศาสตร์ · นนทปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเย็น มีเมศกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายชวน สิงหลกะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา