⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 289/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 289/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีกฎหมายใหม่ที่ยกเว้นโทษแก่ผู้กระทำความผิดในความผิดที่ได้กระทำไปก่อนกฎหมายใหม่ใช้บังคับ แม้คดีจะถึงที่สุดแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น และจะกำหนดโทษให้ลงแก่จำเลยในความผิดนั้นอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาพยายามฆ่าและมีอาวุธปืนผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทำผิดทั้งสองฐาน แต่ให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าอันเป็นกระทงหนัก จำเลยอุทธรณ์เฉพาะข้อหาฐานพยายามฆ่า แต่ในระหว่างพิจารณาศาลอุทธรณ์มีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2510 ออกมา ให้ผู้มีอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาตไปขอรับอนุญาตภายใน 90 วัน โดยไม่ต้องรับโทษ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องทั้งสองข้อหา และโจทก์ฎีกาคัดค้านขึ้นมา ดังนี้ แม้ความผิดฐานมีอาวุธปืนจะถึงที่สุดแล้ว แต่โดยเหตุที่ศาลฎีกายกฟ้องฐานพยายามฆ่า เมื่อจะลงโทษความผิดฐานมีอาวุธปืน ซึ่งศาลชั้นต้นมิได้กำหนดโทษฐานนี้ไว้ คดีก็ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 ซึ่งบัญญัติว่าแม้คดีถึงที่สุดแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น จึงเป็นอันว่าศาลฎีกาจะกำหนดโทษให้ลงแก่จำเลยในความผิดฐานนี้อีกไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.2

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกอีก ๒ คน ใช้อาวุธปืนยิงนายสาหัสโดยเจตนาฆ่า หากแต่ไม่ถึงแก่ความตายดังเจตนา ขอให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นตายในความผิดชั้นพยายามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๓๒ และฐานมีอาวุธปืนแก๊ปยาวไม่มีทะเบียนจำนวน๑ กระบอกไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ และริบของกลาง จำเลยรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืน แต่ปฏิเสธในข้อหาพยายามฆ่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดทุกข้อหาตามฟ้องให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ซึ่งเป็นกระทงหนักตามมาตรา ๙๑ ให้จำคุก ๒๐ ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ในข้อหาพยายามฆ่า ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดในข้อหาพยายามฆ่าส่วนในข้อหาฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ บัญญัติให้ผู้มีอาวุธปืนนำไปขอรับอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายภายใน ๙๐ วัน จึงถือว่ากฎหมายยกเว้นโทษในระหว่างเวลาที่กำหนดไว้ดังกล่าว ซึ่งจำเลยมีสิทธิที่จะปฏิบัติการให้ถูกต้องตามกฎหมายตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๘๙/๒๕๐๓ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา และในข้อหามีอาวุธปืนโต้แย้งว่า พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ ไม่มีผลย้อนหลัง ทั้งเป็นเวลาล่วงเลยกำหนด ๙๐ วัน ตามที่กำหนดไว้นั้นแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยยืนตามศาลอุทธรณ์ในข้อหาพยายามฆ่า ส่วนข้อหาฐานมีอาวุธปืนผิดกฎหมายนั้น เห็นว่าสำหรับข้อหานี้จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นลงโทษและจำเลยมิได้อุทธรณ์ต่อมา คงอุทธรณ์แต่ความผิดฐานพยายามฆ่าฐานเดียว แม้ความผิดฐานมีอาวุธปืนจะถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่โดยเหตุที่ศาลยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่า เมื่อจะลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งศาลชั้นต้นไม่กำหนดโทษฐานนี้ไว้ คดีก็ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒ ซึ่งบัญญัติว่า แม้คดีจะถึงที่สุดแล้วก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น จึงเป็นอันว่าศาลจะกำหนดโทษให้ลงแก่จำเลยในความผิดฐานนี้อีกไม่ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 289/2512 อัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นายช่วง ทวีวา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายช่วง ทวีวา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันธ์ นัยวิฑิต · วิเชียร เศวตรุนทร์ · วินัย ทองลงยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฏร์ธานี - นายพิชิต พรหมพิทักษ์กุล · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว.ทองเพิ่ม ทองแถม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 1143/2565ฎีกา 594/2532ฎีกา 3948/2566ฎีกา 7664/2543ฎีกา 1835/2545ฎีกา 776/2565ฎีกา 3/2542ฎีกา 664/2520ฎีกา 668/2502ฎีกา 38/2510ฎีกา 2079/2554ฎีกา 1797/2522ฎีกา 320/2515ฎีกา 8335/2547ฎีกา 2947/2529ฎีกา 12000/2554ฎีกา 545/2566ฎีกา 1023/2516ฎีกา 2910/2553ฎีกา 624/2538ฎีกา 1519/2535ฎีกา 1203/2511ฎีกา 478/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา