⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5805/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5805/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นถือเป็นความผิด แม้จะไปยื่นขออนุญาตภายหลังก็ไม่ทำให้การกระทำที่ผิดกฎหมายก่อนหน้านั้นไม่เป็นความผิด.

ย่อคำพิพากษา

ตามที่ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 21 บัญญัติว่า ผู้ใดจะก่อสร้างอาคารต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและดำเนินการตามมาตรา 39 ทวิ การที่จำเลยให้ นายช่างเทศบาลเขียนแบบแปลนให้ไม่ใช่การดำเนินการตามมาตรา 39 ทวิ จำเลยมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ย่อมต้องรู้ว่าการก่อสร้างอาคารต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากทางราชการหรือดำเนินการตามมาตรา 39 ทวิ ก่อน แต่จำเลยกลับทำการก่อสร้างไปโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น การก่อสร้างของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นการกระทำผิดโดยเจตนา แม้ต่อมาภายหลังจำเลยจะไปยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้างก็ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยก่อนหน้านั้นไม่เป็นความผิด จำเลยได้รับหนังสือจากนายกเทศมนตรีให้ระงับการก่อสร้างอาคารพิพาทเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2539 โดย ลูกจ้างของจำเลยเป็นผู้รับแทน และเมื่อพนักงานสอบสวนไปตรวจที่เกิดเหตุในวันที่ 2 ตุลาคม 2539 ก็พบคนงานกำลังก่อสร้างอาคารพิพาทอยู่ ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2539 ถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2539 รวมเป็นเวลา 121 วัน แต่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยฝ่าฝืนคำสั่ง 120 วัน นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยอยู่แล้ว และเมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐาน ฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานท้องถิ่นเพียง 120 วัน ทั้งฟ้องว่าระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม 2539 ถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2539 (รวมเวลา 129 วัน) จำเลยก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น การที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษปรับจำเลยรายวันตลอดมาจนถึงวันฟ้องและหลังจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติให้ถูกต้องจึงไม่ชอบ เพราะเมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดดังกล่าวเพียงถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2539 แสดงว่าหลังจากวันนั้นจำเลยอาจมิได้ฝ่าฝืนคำสั่งหรือได้ปฏิบัติให้ถูกต้องแล้ว การลงโทษปรับจำเลยหลังจากวันนั้นจึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอและเกินไปกว่าที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ไม่ชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นควรพิพากษาแก้โทษจำเลยให้ถูกต้องตรงกับคำฟ้อง การที่จำเลยทำการก่อสร้างอาคารพิพาทโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 21 อันเป็นการกระทำผิดสำเร็จแล้ว และมาตรา 40 บัญญัติว่า ในกรณีที่มีการก่อสร้างโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจ สั่งให้ระงับการก่อสร้างและพิจารณาสั่งตามมาตรา 41 หรือมาตรา 42 แล้วแต่กรณี การสั่งตามมาตรา 41 หรือมาตรา 42 หมายถึงการสั่งให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องและหากเจ้าของอาคารมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้อง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนได้ แต่โจทก์มิได้ฟ้องให้จำเลยรื้อถอนจึงไม่ต้องพิจารณาว่ากรณีของจำเลยเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้หรือไม่ เมื่อจำเลยก่อสร้างโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้าง แต่จำเลยทราบคำสั่งแล้วจำเลยยังคงก่อสร้างต่อไปจำเลยย่อมมีความผิดตามมาตรา 40 (1) และกรณีนี้มิใช่กฎหมายที่บัญญัติในภายหลังว่า การกระทำดังกล่าวของจำเลยไม่เป็นความผิด จึง ไม่มีอาจนำบทบัญญัติมาตรา 2 วรรคสอง แห่ง ป.อ. มาบังคับได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ม.21 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ม.40 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ม.41 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ม.42 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.21 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.40

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒, ๓, ๔, ๒๑, ๔๐, ๖๕, ๖๗, ๗๐, ๗๙, ๘๐ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙, ๑๐๘ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ และนับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๑๐๙/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้น ให้จำเลยและบริวารออกจากทาง สาธารณประโยชน์ และปรับจำเลยตามกฎหมายจนกว่าจำเลยจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๑, ๔๐ (๑) , ๖๕ วรรคหนึ่ง , วรรคสอง , ๖๗ วรรคหนึ่ง , วรรคสอง , ๗๐ ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๙ (๑) , ๑๐๘ ทวิ วรรคสอง , วรรคสี่ เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานก่อสร้างอาคารโครงหลังคาเหล็กและอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ๑ คูหา เพื่อพาณิชยกรรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นความผิดกรรมเดียวกัน จำคุก ๒ เดือน ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๑๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๓๙ ถึงวันพิพากษา เป็นเงิน ๑๐๗,๕๐๐ บาท กับให้ปรับรายวันอีกวันละ ๑๐๐ บาท นับแต่วันพิพากษาตลอดเวลาที่จำเลยฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นจำคุก ๔ เดือน ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันวันละ ๑๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๙ ถึงวันพิพากษา เป็นเงิน ๑๐๖,๗๐๐ บาท กับให้ปรับต่อไปอีกวันละ ๑๐๐ บาท นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาเป็นต้นไปตลอดระยะเวลาที่จำเลยยังคงฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ? จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาข้อแรกของจำเลยว่า จำเลยขาดเจตนาในการกระทำความผิดที่มิได้ยื่นแบบแปลนขออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยให้นายช่างเทศบาลจังหวัดยโสธรเป็นผู้เขียนแบบแปลนการก่อสร้างโดยได้รับคำแนะนำจากนายช่างดังกล่าวว่าให้ก่อสร้างไปก่อน แล้วจึงไปยื่นแบบแปลนได้ในภายหลัง จำเลยจึงก่อสร้างไปก่อนโดยเข้าใจว่าสามารถทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายและเมื่อนายวิจัย โสธรวงษ์ พนักงานเทศบาลเมืองยโสธร ตำแหน่งช่างโยธา ๓ แนะนำให้จำเลยไปขออนุญาตจำเลยก็ได้นำแบบแปลนตามเอกสารหมาย ล.๒ ไปยื่นขออนุญาตต่อเทศบาลเมืองยโสธร จึงเป็นการขาดเจตนาในการกระทำผิด เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๑ บัญญัติว่า ผู้ใดจะก่อสร้างอาคารต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและดำเนินการตามมาตรา ๓๙ ทวิ ดังนั้น ในกรณีที่จำเลยก่อสร้างอาคารโดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๒๑ ดังกล่าว จำเลย ก็ต้องดำเนินการตามมาตรา ๓๙ ทวิ คือต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นพร้อมทั้งแจ้งข้อมูลและเอกสารเกี่ยวกับผู้รับผิดชอบและแผนผังบริเวณ แบบแปลน เพื่อให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งให้ การที่จำเลยให้นายช่างเทศบาล เขียนแบบแปลนให้จึงไม่ใช่การดำเนินการตามมาตรา ๓๙ ทวิ ซึ่งจำเลยมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ย่อมต้องรู้ว่าการ ก่อสร้างอาคารต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากทางราชการหรือดำเนินการตามมาตรา ๓๙ ทวิ ก่อน แต่จำเลยกลับทำการก่อสร้างไปโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น การก่อสร้างของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นการกระทำผิดโดยเจตนา แม้ต่อมาภายหลังจำเลยจะไปยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้างก็ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยก่อนหน้านั้นไม่เป็นความผิด จำเลยฎีกาต่อไปว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นจำนวน ๑๒๐ วันนั้นไม่ถูกต้อง เพราะขัดกับคำให้การของนายวิจัย โสธรวงษ์ ตามเอกสารหมาย จ.๓ ซึ่งให้การว่า จำเลยทำการก่อสร้างโดยฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพียง ๑๑ วันและไม่รื้อถอนตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพียง ๑๑ วัน นั้น เห็นว่า การรับฟัง ข้อเท็จจริงนั้น ศาลต้องพิเคราะห์จากพยานหลักฐานต่าง ๆ ทั้งหมดในสำนวนมิใช่พิจารณาเฉพาะข้อความเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของเอกสาร คดีนี้โจทก์นำสืบข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้รับหนังสือจากนายกเทศมนตรีเมืองยโสธรให้ระงับการก่อสร้างอาคารพิพาทตามเอกสารหมาย จ.๕ เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๙ โดยลูกจ้างของจำเลยเป็นผู้รับแทน ต่อมานายวิจัยตรวจสอบอาคารของจำเลยอีกครั้งพบว่าจำเลยยังฝ่าฝืนทำการก่อสร้างต่อไป จึงทำรายงานผู้บังคับบัญชาตามเอกสารหมาย จ.๒ ลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๓๙ และเมื่อร้อยตำรวจเอกมานิต สิทธิไพร พนักงานสอบสวนไปตรวจที่เกิดเหตุในวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๓๙ ก็พบคนงานกำลังก่อสร้างอาคารพิพาทอยู่ ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๓๙ รวมเป็นเวลา ๑๒๑ วัน แต่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยฝ่าฝืนคำสั่ง ๑๒๐ วัน นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยอยู่แล้ว และเมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพียง ๑๒๐ วัน ทั้งฟ้องว่าระหว่างวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๓๙ (รวมเวลา ๑๒๙ วัน) จำเลยก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับ ใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น การที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษปรับจำเลยรายวันตลอดมาจนถึงวันฟ้องและหลังจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติให้ถูกต้องนั้น คำพิพากษาส่วนนี้จึงไม่ชอบ เพราะเมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดดังกล่าวเพียงถึงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๓๙ แสดงว่าหลังจากวันนั้นจำเลยอาจมิได้ฝ่าฝืนคำสั่งหรือได้ปฏิบัติให้ถูกต้องแล้ว การ ลงโทษปรับจำเลยหลังจากนั้นจึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอและเกินไปกว่าที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ ปัญหานี้แม้จำเลยมิได้ฎีกาโดยตรง แต่ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย เห็นควรพิพากษาแก้โทษจำเลยให้ถูกต้องตรงกับคำฟ้อง จำเลยฎีกาต่อไปว่า กรณีของจำเลยเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๑ โดยสั่งให้จำเลยยื่นคำขออนุญาตหรือดำเนินการ แก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังเป็นคุณแก่จำเลย ต้องนำเอากฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยมาใช้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒ อันจะทำให้การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดนั้น เห็นว่า การที่จำเลยทำการก่อสร้างอาคารพิพาทโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้น เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๑ อันเป็นการกระทำผิดสำเร็จแล้ว และมาตรา ๔๐ บัญญัติว่าในกรณีที่มีการก่อสร้างโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจ มีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างและพิจารณาสั่งตามมาตรา ๔๑ หรือมาตรา ๔๒ แล้วแต่กรณี การสั่งตามมาตรา ๔๑ หรือมาตรา ๔๒ หมายถึงการสั่งให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องและหากเจ้าของอาคารมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้อง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนได้ แต่คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องให้จำเลยรื้อถอน จึงไม่ต้องพิจารณาว่ากรณีของจำเลยเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้หรือไม่ เมื่อจำเลยก่อสร้างโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้าง แต่จำเลยทราบคำสั่งแล้วจำเลยยังคงก่อสร้างต่อไป จำเลยย่อมมีความผิดตามมาตรา ๔๐ (๑) และกรณีนี้มิใช่กฎหมายที่บัญญัติในภายหลังว่าการกระทำดังกล่าวของจำเลยไม่เป็นความผิด จึงไม่อาจนำบทบัญญัติมาตรา ๒ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายอาญามาบังคับได้ ? พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ปรับรายวันวันละ ๑๐๐ บาท นับตั้งแต่วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๓๙ รวมเป็นเวลา ๑๒๙ วัน คิดเป็นค่าปรับ ๑๒,๙๐๐ บาท ความผิดฐาน ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ปรับรายวันวันละ ๑๐๐ บาท รวม ๑๒๐ วัน คิดเป็นค่าปรับ ๑๒,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5805/2544 พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์ นายโกวิท วงศางาม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร · จำเลย - นายโกวิท วงศางาม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · อรพินท์ เศรษฐมานิต · อภิชาต สุขัคคานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยโสธร - นางสาวสุวนี นภาภาค · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา