⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 294/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2512

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ 2 ผู้สลักหลัง จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์รับจ้างจำเลยต่อตัวถังรถยนต์ และจำเลยมอบเช็คดังกล่าวให้โจทก์ไว้เป็นประกันสินจ้าง โจทก์ผิดสัญญาทำงานล่าช้า จำเลยบอกเลิกสัญญา เรียกรถยนต์และเช็คประกันคืน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินตามเช็ค ปรากฏว่ารถยนต์ของจำเลยที่จ้างโจทก์ต่อตัวถัง อุปกรณ์หายไปหลายอย่าง จำเลยต้องจ้างบุคคลอื่นต่อตัวถังรถเสียค่าจ้างเพิ่มขึ้น และจำเลยต้องขาดรายได้จากการเสียเวลาไม่ได้รับจ้างบรรทุกสินค้า จึงฟ้องแย้งเรียกค่าอุปกรณ์หาย ค่าจ้างที่เสียเพิ่มและค่าขาดรายได้จากโจทก์ ดังนี้เป็นฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม เพราะตามคำฟ้องเดิมมีประเด็นเพียงว่า. จำเลยจะต้องรับผิดชอบกับเช็คที่ออกไปนั้นเพียงใดตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องเช็ค ส่วนฟ้องแย้งเป็นเรื่องเรียกค่าเสียหายตามสัญญาหรือเนื่องมาจากสัญญาอีกส่วนหนึ่งต่างหาก กรณีไม่เกี่ยวพันกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็ค ๑๕,๐๐๐ บาท จากจำเลยที่ ๑ผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ ๒ ผู้สลักหลัง โดยอ้างว่าจำเลยจ่ายให้เป็นการชำระหนี้แทนนายแก้วและโจทก์ขึ้นเงินจากธนาคารไม่ได้ จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่า นายเอี้ยวเม้ง แซ่คูและจำเลยที่ ๑ได้ตกลงว่าจ้างโจทก์กับนายสุชาติต่อตัวถังรถยนต์บรรทุกเป็นเงิน๒๒,๐๐๐ บาท และตกลงจ่ายสินจ้างเมื่องานเสร็จ ระหว่างสัญญาโจทก์กับนายสุชาติขอรับสินจ้างไปก่อน เมื่อไม่ได้ก็ประวิงการต่อตัวถังรถนายเอี่ยวเม้งและจำเลยที่ ๑ ต้องมอบค่าจ้างให้ส่วนหนึ่ง ๖,๒๗๘บาท และจำเลยที่ ๑ ออกเช็ครายพิพาทให้ไว้เป็นประกันด้วย โดยมีจำเลยที่ ๒ เซ็นชื่อเป็นพยานด้านหลังเช็ค ต่อมาฝ่ายโจทก์ทอดทิ้งงาน ผิดสัญญาจ้าง ฝ่ายจำเลยจึงบอกเลิกสัญญา ขอเช็คประกันและรถคืนแต่โจทก์ไม่ยอมคืน โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องสินจ้างและฟ้องเรียกเงินตามเช็ค ปรากฏว่ารถของจำเลยที่จ้างโจทก์ต่อตัวถังอุปกรณ์ต่าง ๆหายไป ๗ รายการรวมราคา ๑,๔๓๕ บาท จำเลยที่ ๑ ยังต้องนำรถไปจ้างอู่กิจเจริญต่อตัวถัง เป็นเงิน ๑๖,๐๐๐ บาท เสียค่าจ้างเพิ่มขึ้น ๒๗๘ บาท และขาดรายได้จากการเสียเวลาไม่ได้รับจ้างบรรทุกสินค้า ๔,๖๐๐ บาท รวมเป็นเงินที่โจทก์ต้องรับผิด ๖,๓๑๕ บาทจึงฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินดังกล่าวแก่จำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นสั่งรับคำให้การ ส่วนฟ้องแย้งสั่งไม่รับ โดยเห็นว่าข้อหาตามฟ้องแย้งเป็นเรื่องหนึ่งต่างหากจากคำฟ้องเดิมของโจทก์ไม่เกี่ยวกันทั้งไม่อาจรวมพิจารณาไปกับคำฟ้องเดิมของโจทก์ได้ด้วย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์นั้นเป็นเรื่องโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ออกให้ และจำเลยที่ ๒เป็นผู้สลักหลังรับรองเป็นการฟ้องเรียกเงินตามหนี้ที่โจทก์เป็นผู้ทรงตั๋วเงิน ฟ้องแย้งของจำเลยเป็นการที่จำเลยขอเอาหนี้ที่หาว่าโจทก์ผิดสัญญาจ้างทำของ และทำให้ของที่โจทก์ดูแลไว้นั้นสูญหายไป ขอให้บังคับโจทก์ต้องชดใช้ ประเด็นของข้อฟ้องเดิมดูกันเพียงว่าจำเลยจะต้องรับผิดชอบกับเช็คที่ออกไปนั้นเพียงไรตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องเช็คส่วนเรื่องตามฟ้องแย้งเป็นเรื่องเรียกค่าเสียหายตามสัญญาหรือเนื่องจากสัญญาอีกส่วนหนึ่งต่างหาก กรณีไม่เกี่ยวพันกัน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องแย้ง ชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2512 นายชน ผาณิตพฤทธิพงศา โจทก์ นายเท้ง แซ่คู ที่ 1 นายเหม็น มีศิลป์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชน ผาณิตพฤทธิพงศา · จำเลย - นายเท้ง แซ่คู ที่ 1 นายเหม็น มีศิลป์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม ทัตภิรมย์ · ศริ มลิลา · เสลา หัมพานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายสุพิน พรหมพิทักษ์กุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุขุม จันทรวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา