คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยไม่ได้ร่วมกันกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จะต้องรับผิดเฉพาะความผิดฐานปล้นทรัพย์เท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับพวกสมคบกันไปปล้นผู้โดยสารรถยนต์ประจำทาง มิได้สมคบกันไปฆ่า เมื่อพวกของจำเลยคนหนึ่งไปยิงผู้โดยสารที่ถูกปล้นบาดเจ็บสาหัส โดยจำเลยไม่ได้เป็นผู้ยิง จะปรับเป็นความผิดของจำเลยฐานพยายามฆ่าคนด้วยไม่ได้ จำเลยคงมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 4 เท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๙ คนมีอาวุธปืนติดตัวไปเกือบทุกคน บังอาจเป็นคนร้ายปล้นทรัพย์จากผู้โดยสารรถยนต์ในระหว่างเดินทาง ในการปล้นนี้จำเลยกับพวกได้ใช้อาวุธปืนยิงขู่หลายนัด และยิงทำร้ายร่างกายนายทองม้วน จันทะแสน ๑ นัด โดยเจตนาฆ่า กระสุนปืนถูกนายทองม้วน จันทะแสน เป็นอันตรายแก่กายถึงสาหัส และกระสุนปืนยังได้ไปถูกนายสนธิ์ เตรียมวงษ์ ถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๒๘๘, ๘๐
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่าจำเลยได้ร่วมกระทำดังฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔, ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ แต่ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักให้จำคุกตลอดชีวิต คำรับสารภาพของจำเลยต่อผู้จับและต่อพนักงานสอบสวนมีประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกไว้ ๑๖ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ประจักษ์พยานโจทก์เบิกความแตกต่างกัน ไม่น่าเชื่อว่าจะจำจำเลยได้พิพากษากลับ เป็นให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่งที่ไปปล้นทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย
แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐ ฐานพยายามฆ่าคนนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย โดยทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้ยิง ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกับพวกสมคบกันไปปล้นทรัพย์ ไม่ได้สมคบกันจะไปฆ่านายทองม้วนและนายสนธิ์ เมื่อพวกคนร้ายคนใดคนหนึ่งยิงนายทองม้วนและนายสนธิ์ จะปรับเป็นความผิดของจำเลยฐานพยายามฆ่าคนด้วยไม่ได้ จำเลยคงมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ เท่านั้น
พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ ให้จำคุกตลอดชีวิต คำให้การรับชั้นสอบสวนมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๓ (๑) คงเหลือจำคุก ๑๖ ปี ส่วนข้อหาฐานพยายามฆ่าคนให้ยก.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2512
อัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ โจทก์
นายช่วย ถิ่นโสภา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ · จำเลย - นายช่วย ถิ่นโสภา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศริ มลิลา · เฉลิม ทัตภิรมย์ · เสลา หัมพานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ · ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา