⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1414/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์ที่ดินมีโฉนด แม้จะครอบครองมานานเพียงใดก็ตาม หากยังไม่ได้จดทะเบียนสิทธิในที่ดินนั้น ย่อมไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมีโฉนดเป็นของโจทก์ โจทก์ซื้อจากผู้มีชื่อจำเลยเป็นผู้อาศัยเจ้าของเดิมอยู่ จำเลยไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่ จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ ศาลชั้นต้นพิพาทว่าที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ จำเลยซึ่งอ้างว่าครอบครองที่พิพาทโดยปรปักษ์ ไม่เคยจดทะเบียนสิทธิที่พิพาทเป็นของจำเลย จึงไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ซึ่งได้ที่พิพาทมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299, 1300 ปัญหาข้อนี้จึงถือได้ว่าได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น จำเลยย่อมยกปัญหาข้อนี้ขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้ หาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร ให้รื้อเรือนออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การสู้คดี ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวาร ให้รื้อเรือนออกไปจากที่พิพาท จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ว่า โจทก์ได้รับโอนที่พิพาทมาโดยไม่สุจริต จึงนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙, ๑๓๐๐ มาใช้บังคับในคดีนี้ไม่ได้ จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์แล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิขับไล่จำเลย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ในคำให้การของจำเลยไม่ได้ตั้งประเด็นต่อสู้ว่า โจทก์รับโอนที่พิพาทมาโดยไม่สุจริตไว้ เมื่อจำเลยมิได้ยกประเด็นข้อนี้ขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น จำเลยย่อมไม่อาจยกขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์ได้ เพราะมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษาให้ยกอุทธรณ์จำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมีโฉนดเป็นของโจทก์ โดยโจทก์ได้ซื้อมาจากนางทองหยิบ นายอุดม นายประดิษฐ์ จำเลยทั้งสามเป็นผู้อาศัยเจ้าของเดิมอยู่ในที่พิพาท โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์แล้ว จำเลยไม่ยอมออกไป จึงขอให้ขับไล่จำเลย จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ จำเลยซึ่งอ้างว่าครอบครองที่พิพาทโดยปรปักษืไม่เคยจดทะเบียนสิทธิที่พิพาทเป็นของจำเลย จึงไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ซึ่งได้ทีพิพาทมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙, ๑๓๐๐ ปัญหาข้อนี้จึงถือได้ว่าได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น จำเลยย่อมยกปัญหาข้อนี้ขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์ได้ หาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ ดงคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยในปัญหาข้อนี้ แล้วพิพากษาชี้ขาดไปตามรูปความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2513 นายเยื้อน เกิดชนะ โจทก์ นายวัน โปร่งใจ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเยื้อน เกิดชนะ · ล. - นายวัน โปร่งใจ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · เฉลิม กรพุกกะณะ · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายไพรัช วงศ์วัฒนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายสอน ไชยสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3375/2532ฎีกา 2749/2538ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 231/2482ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3136/2524ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 377/2536ฎีกา 3601/2526ฎีกา 5640/2541ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 1028/2564
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา