คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ถือเป็นสิทธิตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจอ้างอำนาจตามกฎหมายล้มละลายมาบอกปัดความผูกพันตามข้อตกลงนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยถูกผู้ร้องฟ้องคดีแพ่งเรื่องผิดสัญญาซื้อขายที่ดินคดีนั้นจำเลยกับผู้ร้องได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้ว่า จำเลยจะออกโฉนดที่พิพาทแล้วโอนให้ผู้ร้อง โดยผู้ร้องจะต้องชำระราคาที่ดินอีก 10,000 บาทให้จำเลย ต่อมาจำเลยถูกสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และที่ดินมีราคาสูงขึ้นเป็น 100,000 บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ไม่อาจอ้างอำนาจตามมาตรา 122 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2485 มาบอกปัดความผูกพันตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวเพราะสิทธิที่จะเรียกร้องให้ผู้ร้องชำระราคาที่ดินอีก 10,000 บาทนั้น มิใช่สิทธิตามสัญญาโดยแท้ แต่เป็นสิทธิตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว ถือได้ว่าเป็นสิทธิตามคำพิพากษานั่นเอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.122 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.146
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องร้องว่า ผู้ร้องเคยเป็นโจทก์ฟ้องนายหอมจำเลยคดีนี้ตามคดีแพ่งแดงที่ ๑๖๗/๒๕๐๕ เรื่องผิดสัญญาซื้อขายที่ดิน คดีถึงที่สุดโดยผู้ร้องกับจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้ว่า จำเลยจะออกโฉนดที่ดินพิพาทแล้วโอนให้ผู้ร้อง เงินค่าที่ดินอีก ๑๐,๐๐๐ บาท ผู้ร้องจะชำระให้จำเลยในวันโอน ศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามยอมแล้ว ต่อมามีนางถนอม สวัสดี กับพวกโต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้จำเลยได้ฟ้องนางถนอมกับพวก ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของนายหอมจำเลย ต่อมานายหอมถูกโจทก์คดีนี้ฟ้องล้มละลายศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีหนังสือปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแดงที่ ๑๖๗/๒๕๐๕ ผู้ร้องได้รับความเสียหายขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีดังกล่าว
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า ปรากฏว่าเวลานี้ที่ดินรายนี้มีราคาราว ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นลูกหนี้ (ผู้ล้มละลาย) จะต้องโอนที่ดินนี้ให้แก่ผู้ร้อง โดยจะได้รับเงินราคาที่ดินอีก๑๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น การที่จะรับปฏิบัติตามสัญญาต่อไปนั้นกองทรัพย์สินในคดีล้มละลายจะมีภาระยิ่งกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ กรณีจึงต้องตามมาตรา ๑๒๒ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจที่จะไม่ยอมรับสัญญาประนีประนอมยอมความไว้ปฏิบัติต่อไปได้
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ นายหอมลูกหนี้จะต้องโอนที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องในราคา ๒๕,๐๐๐ บาท โดยนายหอมลูกหนี้ได้รับเงินมัดจำไว้แล้ว ๑๕,๐๐๐ บาท ผู้ร้องจะต้องชำระในวันโอนอีก ๑๐,๐๐๐ บาท แต่เนื่องด้วยที่พิพาทในปัจจุบันมีราคาเพิ่มขึ้นเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท สิทธิตามสัญญาดังกล่าวของลูกหนี้มีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ตามมาตรา ๑๒๒ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงปฏิเสธไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญานั้นได้ หากผู้ร้องได้รับความเสียหายโดยเหตุนี้ก็ชอบที่จะขอรับชำระหนี้สำหรับค่าเสียหายนั้นได้ ให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เพียงแต่ที่ดินมีราคาสูงขึ้นอย่างเดียวไม่พอจะฟังว่าทรัพย์สินหรือสิทธิตามสัญญานั้นมีภาระเกินกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีอำนาจที่จะปฏิเสธไม่ยอมรับสัญญาประนีประนอมดังกล่าว พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนายหอมลูกหนี้ปฏิบัติตามหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความและคำบังคับในคดีแพ่งแดงที่ ๑๖๗/๒๕๐๕
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หลักสำคัญซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยกขึ้นอ้างเพื่อปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ผู้ร้องกับลูกหนี้ผู้ล้มละลายได้ทำกันไว้ คือ พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๒๒ วรรคแรก ถึงแม้ว่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ลูกหนี้ผู้ล้มละลายมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ผู้ร้องชำระราคาที่ดินอีก๑๐,๐๐๐ บาท แต่สิทธิของลูกหนี้ผู้ล้มละลายคดีนี้ก็มิใช่สิทธิตามสัญญาโดยแท้ เพราะเป็นสิทธิตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว จึงถือได้ว่าเป็นสิทธิตามคำพิพากษานั่นเอง และโดยนัยเดียวกันการที่ลูกหนี้ผู้ล้มละลายจะต้องไปจัดการออกโฉนดที่ดินรายพิพาทแล้วโอนให้แก่ผู้ร้องนั้นก็คือได้ว่าเป็นหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งลูกหนี้ผู้ล้มละลายมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามด้วยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ผู้ล้มละลายหาอาจอ้างอำนาจตามมาตราดังกล่าวมาบอกปัดความผูกพันตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความในกรณีเช่นนี้ไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2514
นายบรรจบ โรจนวานิช โจทก์
นายหอม ไทยเจริญ จำเลย
นายเก็บ บุญเจริญ ที่ 1 นางพูน บุญเจริญ ที่ 2 ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบรรจบ โรจนวานิช · จำเลย - นายหอม ไทยเจริญ · ผู้ร้อง - นายเก็บ บุญเจริญ ที่ 1 นางพูน บุญเจริญ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัศนี เกาไศยนันท์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สวัสดิ์ ภู่งาม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายเจริญ แสนเยีย · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา