⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 662/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดของลูกหนี้แล้ว การบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้จะระงับไป และทรัพย์สินของลูกหนี้จะตกเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อจัดการตามกฎหมายล้มละลาย

ย่อคำพิพากษา

วันที่ 26 กันยายน ธนาคารส่งเงินที่มีคำสั่งอายัดไว้ก่อนคำพิพากษาให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อนำมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา แต่เมื่อวันที่ 10 เดือนเดียวกัน ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยไว้ชั่วคราวในคดีล้มละลายศาลจึงสั่งให้โอนเงินไปไว้ในคดีล้มละลาย วันที่1 ตุลาคม โจทก์แถลงขอรับเงินศาลสั่งยกคำขอ โจทก์ไม่โต้แย้งคัดค้านคำสั่ง วันที่ 2 ตุลาคม จำเลยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในอีกสำนวนหนึ่ง ศาลจึงสั่งจำหน่ายคดีเดิม แล้วสั่งโอนเงินไปไว้ในคดีใหม่ ดังนี้ โจทก์จะอาศัยพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 110 มาอ้างว่า การบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์เพื่อยันแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ในคดีใหม่ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.15 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.110

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ตามเช็ค โดยศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งอายัดเงินฝากของจำเลยในธนาคารไว้ชั่วคราว ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระ ศาลชั้นต้นได้มีหมายอายัดให้ธนาคารส่งมอบเงินที่ได้มีคำสั่งอายัดไว้ก่อนพิพากษาให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน ๗ วัน ต่อมาวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๒๓ ธนาคารได้ส่งเงินจำนวนหนึ่งตามที่อายัดไว้ให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีแต่เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๓ ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยไว้ชั่วคราวในคดีล้มละลายอีกคดีหนึ่ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงได้แจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีโอนเงินจำนวนนี้ไปไว้ในคดีล้มละลาย ศาลจึงสั่งให้โอนเงินไปได้ในคดีล้มละลาย วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๓ โจทก์แถลงขอรับเงิน ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๒๓ ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดในอีกสำนวนหนึ่งศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีล้มละลายคดีแรกตามมาตรา ๑๕แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๒๓ ศาลชั้นต้นจึงสั่งโอนเงินไปไว้ในคดีล้มละลายคดีหลังตามหนังสือของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โจทก์จึงยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นอ้างว่าศาลชั้นต้นได้สั่งจำหน่ายคดีล้มละลายคดีแรกไปแล้วเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๒๓ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้เคยถูกพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวมาก่อน ในคดีล้มละลายคดีหลังศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๒๓ ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่การบังคับคดีสำเร็จบริบูรณ์แล้วตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๒๓ ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารส่งเงินที่โจทก์ขออายัดไว้ชั่วคราวมาให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลชั้นต้น เงินจำนวนดังกล่าวจึงไม่ตกเป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลาย โจทก์มีสิทธิขอรับเงินจำนวนนี้เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เงินที่โจทก์ขอรับได้โอนเข้าไปในคดีล้มละลายแล้วและอยู่ในระหว่างการบังคับคดี โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีล้มละลายหมายเลขดำที่ ๖/๒๕๒๓ (คดีแรก) ก็เพราะมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ ได้บัญญัติบังคับไว้ว่า ถ้าศาลได้สั่งในคดีใดให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว ก็ให้จำหน่ายคดีล้มละลายซึ่งเจ้าหนี้อื่นฟ้องลูกหนี้คนเดียวกันนั้น การที่กฎหมายมีบทบังคับไว้ดังกล่าว ก็เพื่อให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะได้ใช้อำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายร่วมกัน ตามนัยที่บัญญัติในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ เกี่ยวกับคดีนี้เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า เดิมเงินที่ศาลชั้นต้นสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นำไปจัดการในคดีล้มละลายหมายเลขดำที่ ๖/๒๕๒๓ ซึ่งในขณะที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าวการบังคับคดียังไม่สำเร็จบริบูรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๐ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓และเมื่อโจทก์แถลงขอรับเงินจำนวนนี้ ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ยกคำขอแล้วโจทก์เองก็ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งแต่อย่างใด ฉะนั้นแม้ในเวลาต่อมา ศาลชั้นต้นจะได้สั่งจำหน่ายคดีล้มละลายสำนวนนี้ตามที่มีบทบัญญัติของพระราชบัญญัติล้มละลายบังคับไว้ ก็หาทำให้ทรัพย์สินใด ๆ ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้จัดการรวบรวมไว้ในสำนวนนี้ก่อนจำหน่ายคดีหลุดพ้นไปจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะใช้สิทธินำไปจัดการในสำนวนคดีล้มละลายที่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดนั้นแล้วต่อไปไม่ กรณีเรื่องนี้โจทก์จึงไม่อาจอาศัยบทบัญญัติมาตรา ๑๑๐ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาใช้บังคับโดยอ้างเหตุว่าการบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์เพื่อยันแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ๔/๒๕๒๓ (คดีหลัง) ซึ่งศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดแล้วนั้นได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2525 นายสมชาย เอี่ยมแสนอุดม โจทก์ นายมนู ศิริบัวทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมชาย เอี่ยมแสนอุดม · จำเลย - นายมนู ศิริบัวทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · ประสม ศรีเจริญ · สุชาติ จิวะชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายธนะพัฒน์ แจ่มจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธรรมสถิตย์ ธีรกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5209/2566ฎีกา 578/2550ฎีกา 4238/2539ฎีกา 2416/2566ฎีกา 374/2534ฎีกา 6605/2550ฎีกา 5104/2533ฎีกา 4851/2545ฎีกา 1636/2534ฎีกา 5219/2534ฎีกา 3779/2542ฎีกา 3327/2566ฎีกา 903/2508ฎีกา 92/2531ฎีกา 4470/2543ฎีกา 690/2512ฎีกา 4481/2542ฎีกา 8304/2559ฎีกา 7966/2544ฎีกา 2709/2536ฎีกา 1474/2528ฎีกา 342/2505ฎีกา 2647/2566ฎีกา 4500/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา