⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3235/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3235/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ในหนังสือราชกิจจานุเบกษาเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าบุคคลภายนอกทราบคำสั่งนั้นแล้ว แต่บุคคลภายนอกสามารถนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนี้ได้หากพิสูจน์ได้ว่าตนไม่ทราบคำสั่งนั้นจริง.

ย่อคำพิพากษา

ที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145(1)บัญญัติว่า คำสั่งเรื่องล้มละลายอาจใช้ยันบุคคลภายนอกได้นั้นต้องพิจารณาประกอบกับพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483มาตรา 28 ซึ่งบัญญัติให้มีการประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ในหนังสือราชกิจจานุเบกษา และในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่งฉบับ ในมาตรานี้มิได้บัญญัติไว้ด้วยว่าเมื่อได้มีการประกาศโฆษณาดังกล่าวแล้วให้ถือว่าบุคคลภายนอกทุกคนต้องทราบ จึงจะถือว่าบุคคลภายนอกที่ไม่ทราบได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว ย่อมไม่เป็นธรรม แต่ตามเจตนารมณ์ของบทบัญญัติมาตรานี้อนุมานได้ว่าประสงค์จะให้การประกาศโฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้น ว่า บุคคลภายนอกทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดที่ได้ประกาศโฆษณานั้นแล้ว ฉะนั้น เมื่อผู้ใดอ้างว่าตนไม่ทราบก็ย่อมนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนี้ได้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยซึ่งเป็นข้าราชการกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ไปให้กระทรวงการคลังทราบ โดยระบุว่ามีอาชีพค้าขายหัวหน้ากองกลางผู้ได้รับประกาศนั้นไม่รู้จักจำเลย จึงได้สั่งให้รวมเก็บ และทางปฏิบัติเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ส่งประกาศเกี่ยวกับลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ไปให้กระทรวงการคลังทุกราย ไม่ว่าลูกหนี้นั้นจะเป็นข้าราชการหรือไม่ในพฤติการณ์ดังกล่าว กรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลังอาจนำสืบแสดงว่าตนไม่ทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนั้นได้ กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ได้จ่ายเงินสะสมพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่จำเลยซึ่งลาออกจากราชการไป โดยไม่ทราบว่า จำเลยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก่อนวันจ่ายเงิน ย่อมต้องถือว่าเป็นการชำระหนี้โดยสุจริต จึงไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (วรรคแรกและวรรคสอง วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 30/2516)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.315 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.316 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.28 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.119 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.121 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.173

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีหนังสือถึงกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตให้ส่งเงินซึ่งจำเลยที่ ๒ มีสิทธิได้รับ ไปให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อรวบรวมไว้ในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตยื่นคำร้องคัดค้านว่ากรมสรรพสามิตได้ชำระเงินอันเป็นเงินสะสมของจำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๒ ไปโดยถูกต้องและชอบด้วยระเบียบของกระทรวงการคลังแล้ว กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตไม่ทราบมาก่อนว่า จำเลยที่ ๒ ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และเงินสะสมเป็นเงินเดือนส่วนหนึ่งของจำเลยที่ ๒ ไม่อาจถูกยึดได้ตามกฎหมาย ขอให้จำหน่ายกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตออกจากบัญชีลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ ร้องคัดค้านว่า ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ ๒ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ส่งประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้นไปยังกระทรวงการคลังแล้ว ทั้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว การที่กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตจ่ายเงินให้จำเลยที่ ๒ ไปเป็นการจ่ายภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดลูกหนี้จึงต้องรับผิดคืนเงินดังกล่าวให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจยึดเงินเดือนและเงินสะสมได้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้จำหน่ายกระทรวงการคลังกับกรมสรรพสามิตจากบัญชีลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๒ เป็นข้าราชการสังกัดกรมสรรพสามิตกระทรวงการคลัง ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๓ได้ขอลาออกจากราชการและได้รับคำสั่งอนุญาตให้ลาออกได้ จำเลยที่ ๒ยื่นคำร้องขอรับเงินสะสมพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำนวน ๗,๗๔๔.๖๖ บาท เมื่อวันที่ ๘ตุลาคม ๒๕๑๓ กรมสรรพสามิตได้วางฎีกาเบิกเงินจำนวนดังกล่าวต่อกรมบัญชีกลางกระทรวงการคลังทางกรมบัญชีกลางได้สั่งจ่ายโอนเงินจำนวนนี้เข้าบัญชีเงินฝากของกรมสรรพสามิตเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๑๓ จำเลยที่ ๒ ได้รับเงินจำนวนนี้ไปเมื่อวันที่ ๓๐ เดือนเดียวกันก่อนจำเลยที่ ๒ รับเงินไป เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ส่งประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดของจำเลยที่ ๒ ไปยังกระทรวงการคลังโดยระบุในประกาศว่าจำเลยที่ ๒ มีอาชีพค้าขาย ทั้งได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๑๓ แต่ผู้ร้องคัดค้านทั้งสองเพิ่งได้รับหนังสือราชกิจจานุเบกษาภายหลังวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมี ๒ ประเด็น ตามฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ประเด็นข้อแรกคือ เมื่อได้มีการประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้ว ผู้ร้องคัดค้านจะอ้างว่าตนไม่ทราบได้หรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๕(๑) บัญญัติว่า คำสั่งเรื่องล้มละลายอาจใช้ยันบุคคลภายนอกได้นั้นต้องพิจารณาประกอบกับพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๒๘ซึ่งบัญญัติให้มีการประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ในหนังสือราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่งฉบับ แต่มาตรานี้ก็มิได้บัญญัติไว้ด้วยว่า เมื่อได้มีการประกาศโฆษณาดังกล่าวแล้วให้ถือว่าบุคคลภายนอกทุกคนต้องทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้น การที่จะให้บุคคลซึ่งเป็นลูกหนี้ของลูกหนี้ผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ต้องรับผิดชำระหนี้ให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อีกครั้งหนึ่ง เพราะไม่ทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดที่ได้โฆษณาแล้วจริง ๆและได้ชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ไปแล้วนั้น ย่อมไม่เป็นธรรมแต่ในขณะเดียวกันเมื่อได้มีการประกาศโฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะถือว่าไม่มีผลในทางที่จะให้บุคคลภายนอกทราบเสียเลยนั้นก็หาเป็นการถูกต้องไม่เมื่อพิเคราะห์บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๒๘ แล้ว ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า แม้บทบัญญัติมาตรานี้มิได้ระบุถึงผลของการประกาศโฆษณาโดยแจ้งชัดแต่ตามเจตนารมณ์ของบทบัญญัตินี้ อนุมานได้ว่าประสงค์จะให้การประกาศโฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า บุคคลภายนอกทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดที่ประกาศโฆษณาแล้วนั้น เมื่อผู้ร้องคัดค้านร้องว่าตนไม่ทราบ ย่อมนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนี้ได้ ประเด็นข้อสอง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกาว่า ตนได้ส่งประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ ๒ ไปให้กระทรวงการคลังทราบแล้วโดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังได้ลงนามรับทราบประกาศฉบับนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๑๓ อันเป็นเวลาก่อนที่กรมสรรพสามิตจ่ายเงินให้แก่จำเลยที่ ๒ ผู้ร้องคัดค้านได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จะอ้างว่าตนไม่ทราบประกาศไม่ได้ ผู้ร้องคัดค้านแก้ฎีกาว่าตนไม่ได้ประมาทเลินเล่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เองต่างหากที่เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อที่แจ้งไปว่าจำเลยที่ ๒ มีอาชีพค้าขาย และนำสืบว่า เมื่อหัวหน้ากองกลางสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ได้รับประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ ๒ แล้ว ก็สั่งให้รวมเก็บประกาศนั้นเสีย เพราะไม่เคยรู้จักจำเลยที่ ๒ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าในพฤติการณ์ดังกล่าว ผู้ร้องคัดค้านอาจนำสืบแสดงว่าตนไม่ทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนี้ได้ตามข้อเท็จจริงที่ฟังได้นั้น กระทรวงการคลังเป็นกระทรวงใหญ่มีข้อราชการในสังกัดเป็นจำนวนมากและในทางปฏิบัติ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ได้ส่งประกาศเกี่ยวกับลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ไปให้กระทรวงการคลังทุกราย ไม่ว่าลูกหนี้นั้นจะเป็นข้าราชการหรือไม่ แม้ว่าจะมีการระบุชื่อจำเลยที่ ๒ ในประกาศแจ้งเรื่องพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไปให้ผู้ร้องคัดค้านทราบก็ตาม ประกาศนั้นก็มีลักษณะเป็นเพียงแจ้งเรื่องให้สาธารณชนทราบเท่านั้น ยิ่งในประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่าจำเลยที่ ๒ มีอาชีพค้าขายด้วยแล้ว จะถือว่ากระทรวงการคลังต้องทราบว่าจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดยังไม่ได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ร้องคัดค้านไม่ทราบจริง ๆ ว่าจำเลยที่ ๒ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก่อนวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๑๓ อันเป็นวันที่ผู้ร้องคัดค้านจ่ายเงินสะสมพร้อมด้วยดอกเบี้ยรายพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๒ ไป ย่อมต้องถือว่าผู้ร้องคัดค้านได้ชำระหนี้รายพิพาทไปโดยสุจริตแล้ว ผู้ร้องคัดค้านไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3235/2516 นายเปรมจิตต์ กล้วยไม้ ณ อยุธยา โจทก์ นางสมทรง สหัสสานนท์ ที่ 1 นายนิคม สหัสสานนท์ ที่ 2 จำเลย กระทรวงการคลัง โดยนายเสริม วินิจฉัยกุล รัฐมนตรีว่าการ และกรมสรรพสามิต โดยนายเฟื้อ สุวรรณณิน รองอธิบดีรักษาราชการแทน ผู้ร้องคัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเปรมจิตต์ กล้วยไม้ ณ อยุธยา · จำเลย - นางสมทรง สหัสสานนท์ ที่ 1 นายนิคม สหัสสานนท์ ที่ 2 · วินิจฉัยกุล - กระทรวงการคลัง โดยนายเสริม · สุวรรณณิน - รัฐมนตรีว่าการ และกรมสรรพสามิต โดยนายเฟื้อ · ผู้ร้องคัดค้าน - รองอธิบดีรักษาราชการแทน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธานินทร์ กรัยวิเชียร · ดวง ดีวาจิน · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวินิจ วินิจนัยภาค · ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 578/2550ฎีกา 5610/2548ฎีกา 79/2501ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 374/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4851/2545ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1636/2534ฎีกา 57/2530ฎีกา 92/2531ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา