⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2057/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2057/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาถึงที่สุดของศาลย่อมผูกพันคู่ความตามกฎหมาย และคู่ความจะกลับมาโต้แย้งประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยอำนาจตามคำพิพากษาดังกล่าวในคดีต่อมาอีกไม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองเคยฟ้องจำเลยขอให้โอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายมาก่อนจำเลยให้การต่อสู้ทำนองเดียวกับในคดีนี้ว่าสัญญาจะซื้อขายเป็นโมฆะเพราะเป็นนิติกรรมอำพรางศาลในคดีก่อนพิพากษาถึงที่สุดว่าสัญญาจะซื้อขายเป็นสัญญาที่แท้จริงมิใช่นิติกรรมอำพรางใช้บังคับได้ตามกฎหมายแต่เนื่องจากโจทก์ยังมิได้ขอปฏิบัติการชำระหนี้จึงบังคับให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทไม่ได้พิพากษายกฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิฟ้องใหม่ภายในอายุความเช่นนี้คำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันคู่ความตามป.วิ.พ.มาตรา145จำเลยจะมาโต้เถียงในคดีนี้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะสัญญาดังกล่าวใช้บังคับไม่ได้และจำเลยไม่ได้ผิดสัญญาอีกหาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าได้ทำสัญญาจะซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยในราคา300,000 บาท จำเลยผิดสัญญา โจทก์ได้ (เคย) ฟ้องบังคับจำเลยให้โอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ ศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดว่าเป็นสัญญาจะซื้อจะขาย แต่โดยที่โจทก์ยังมิได้ปฏิบัติการชำระหนี้แก่จำเลยจึงได้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่ภายในอายุความต่อมาโจทก์ได้ขอปฏิบัติการชำระหนี้และให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงนำเงิน 300,000 บาทไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์กับแจ้งให้จำเลยทราบแล้ว ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนขายที่ดินพิพาทแก่โจทก์ หากการจดทะเบียนไม่อาจทำได้ก็ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 600,000 บาท จำเลยให้การว่าสัญญาจะซื้อขายเป็นนิติกรรมอำพรางฟ้องบังคับไม่ได้ โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเพราะไม่ได้แจ้งให้จำเลยไปจดทะเบียนภายในกำหนดและไม่ได้ชำระค่าที่ดิน ขอให้ยกฟ้อง ในวันชี้สองสถานคู่ความรับกันว่า โจทก์ทั้งสองเคยฟ้องจำเลยขอให้โอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายฉบับเดียวกันนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว จำเลยให้การต่อสู้ทำนองเดียวกับคดีนี้ว่าสัญญาจะซื้อขายเป็นโมฆะ เพราะเป็นนิติกรรมอำพราง ศาลพิพากษาถึงที่สุดตามคดีหมายเลขแดงที่ 772/2524 ของศาลจังหวัดนครราชสีมาว่า สัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาที่แท้จริงตามเจตนาของคู่กรณีใช้บังคับได้ตามกฎหมาย มิใช่นิติกรรมอำพรางแต่โจทก์ยังมิได้ขอปฏิบัติการชำระหนี้ จึงบังคับให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทไม่ได้พิพากษายกฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิฟ้องใหม่ในอายุความ ศาลชั้นต้นจึงสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ได้ปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญาแล้ว พิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ และรับชำระหนี้ที่โจทก์วางไว้ต่อสำนักงานวางทรัพย์หากการจดทะเบียนโอนขายไม่อาจกระทำได้ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 400,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำพิพากษาในคดีก่อนย่อมผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 จำเลยจะมาโต้เถียงในคดีนี้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะใช้บังคับไม่ได้ และจำเลยไม่ได้ผิดสัญญาอีกหาได้ไม่ ส่วนปัญหาเรื่องค่าเสียหายตามสัญญา เมื่อปรากฎว่าจำเลยผิดสัญญาไม่โอนที่ดินพิพาทให้ตามกำหนดย่อมเกิดความเสียหาย โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายดังกล่าวได้ และที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 400,000 บาท เห็นว่าเหมาะสมแล้ว เมื่อโจทก์ได้ปฏิบัติตามสัญญาโดยวางเงินคาที่ดินพิพาทจำนวน 3000,000 บาทสำนักงานวางทรัพย์กับแจ้งให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยจึงต้องปฏิบัติตามสัญญาที่ศาลล่างทั้งสองงดสืบพยานโจทก์จำเลยและพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ 2,000 บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2057/2529 นาย ชุบ ชัยฤทธิไชย กับพวก โจทก์ นาย แก้ว ถนัดค้า จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ชุบ ชัยฤทธิไชย กับพวก · จำเลย - นาย แก้ว ถนัดค้า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมประสงค์ พานิชอัตรา · ยนต์ พิรวินิจ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มาสำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1788/2505ฎีกา 1722/2515ฎีกา 2611/2517ฎีกา 1777/2499ฎีกา 3405/2537ฎีกา 2617/2524ฎีกา 7223/2540ฎีกา 4134/2535ฎีกา 181/2495ฎีกา 360/2502ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 7420/2541ฎีกา 79/2501ฎีกา 2161/2538ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5444/2551ฎีกา 7210/2540ฎีกา 1251/2500ฎีกา 3195/2540ฎีกา 5283/2540ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ