⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2730/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2730/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอเข้าว่าคดีแทนจำเลย และโจทก์ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้แล้ว ศาลอาจสั่งจำหน่ายคดีได้หากเห็นว่าการพิจารณาต่อไปไม่เป็นประโยชน์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างแรงงานและเรียกค่าเสียหาย ปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดในอีกคดีหนึ่งขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยได้ขอเข้าว่าคดีนี้แทนจำเลย และได้มีคำขอโดยทำเป็นคำร้องเพื่อให้ศาลสั่งจำหน่ายคดี ทั้งเป็นโจทก์คดีนี้ได้ยื่นคำขอรับชำรหนี้ไว้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะตรวจและสอบสวนแล้วทำความเห็นต่อศาลเพื่อมีคำสั่งตามนัยที่บัญญัติไว้ในมาตรา 105 และมาตรา 106 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ แม้ศาลฎีกาจะดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาไปในคดีนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ยังจะต้องทำการสอบสวนเพื่อเสนอความเห็นต่อศาลอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้น การที่จะพิจารณาคดีนี้ต่อไปจึงไม่เป็นประโยชน์แต่อย่างไร ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียได้ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.25 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.105 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.106

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๑๐ จำเลยได้ทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ มีกำหนด ๕ ปี ค่าจ้างรายเดือน เดือนละ ๓,๐๐๐ เหรียญอเมริกัน กับประโยชน์อื่นอีกหลายประการ และต่อมาจำเลยต่ออายุการจ้างโจทก์อีก ๕ ปี ครั้นวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๑๕ คณะกรรมการบริษัทจำเลยลงมติให้เลิกจ้างโจทก์ ซึ่งเป็นการเลิกจ้างก่อนครบกำหนดที่ต่ออายุไว้ ทำให้โจทก์เสียหาย ขาดเงินเดือนและประโยชน์ที่จะพึงได้ โจทก์เรียกร้องทวงถาม จำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยใช้เงิน ๑๔,๑๐๘,๖๒๙,.๖๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะใช้เงินให้โจทก์เสร็จ จำเลยให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งกับแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การและฟ้องแย้ง ขอให้บังคับโจทก์โอนจำนวน ๒๕,๐๐๐ หุ้น ให้กับผู้ถือหุ้นหรือบุคคลซึ่งจำเลยจะได้กำหนดและให้จำเลย (น่าจะเป็นโจทก์) รับเงินจำนวน ๘๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ หากสภาพแห่งนี้ไม่เปิดซองให้บังคับโจทก์ได้ ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายจำนวน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่าโจทก์มิได้ตกลงจะโอนหุ้นตามที่จำเลยอ้าง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์จำนวน ๔,๗๒๙,๐๐๑.๘๓ บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งปีจากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๖ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จสำหรับฟ้องแย้งของจำเลยให้ยก โจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นสองจำนวน จำนวนแรกเป็นเงินไทย ๓,๗๒๔,๖๐๑.๘๓ บาท จำนวนที่สองเป็นเงินต่างประเทศ ๕๐,๒๒๐ เหรียญสหรัฐ จำนวนที่สองนี้หากจะใช้ด้วยเงินไทย คิดอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยเปลี่ยนเงินโดยเฉลี่ยเท่าที่ธนาคารพาณิชย์ในกรุงเทพมหานครทำการขายเหรียญสหรัฐอเมริกาในวันที่มีคำพิพากษานี้ แต่ต้องไม่เกิน ๑ เหรียญต่อ ๒๐.๔๕ บาท และไม่ต่ำกว่า ๑ เหรียญต่อ ๒๐ บาท ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยกับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินทั้งสองจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๖ เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถา ปรากฏว่าขณะคดีอยู่ในรหว่างการพิจารณาของศาลฎีกามีประกาศของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในราชกิจจานุเบกษาว่า กองทัพอากาศได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องขอให้บริษัทการบินแอร์สยาม จำกัด จำเลยในคดีนี้ล้มละลาย และศาลแพ่งได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตั้งแต่วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๒๑ ศาลฎีกาจึงได้สั่งให้ศาลชั้นต้นหมายนัดคู่ความในคดีนี้ รวมทั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยมาสอบถาม และศาลชั้นต้นได้ดำเนินการแล้ว ได้ความตามคำแถลงรับของทนายโจทก์ ทนายจำเลย และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยว่า ๑. คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยยังมีผลใช้บังคับอยู่ ๒. โจทก์ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้รายนี้ไว้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำลังดำเนินการสอบสวนคำขอของโจทก์อยู่ ๓. เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประสงค์จะเข้าดำเนินคดีแทนจำเลยกับขอให้ศาลฎีกาจำหน่ายคดีนี้ โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ยื่นคำร้องลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ขอเข้าว่าคดีแทนจำเลยกับขอให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีด้วย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์คดีนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะตรวจและสอบสวนแล้วทำความเห็นต่อศาลเพื่อมีคำสั่งตามนัยที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐๕ และมาตรา ๑๐๖ แห่งพระราชบัญญัติล้มละาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ แม้ศาลฎีกาจะดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาไปในคดีนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ยังจะต้องทำการสอบสวนเพื่อเสนอความเห็นต่อศาลอีกชั้นหนึ่ง การที่จะพิจารณาคดีนี้ต่อไปจึงไม่เป็นประโยชน์แต่อย่างไร สมควรจำหน่ายคดีตามอำนาจที่มาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ได้ให้ไว้ จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2730/2522 นายวิลเลียม แมคอินทอช โดย นางยุรภรณ์ แมคอินทอช ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ บริษัทการบินแอร์สยาม จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิลเลียม แมคอินทอช โดย นางยุรภรณ์ แมคอินทอช ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - บริษัทการบินแอร์สยาม จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรัส เขมะจารุ · ประเสริฐ วราภรณ์ · ธาดา วัชรานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิจิตร หิรัญรัศ · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8785/2550ฎีกา 5209/2566ฎีกา 2894/2532ฎีกา 578/2550ฎีกา 946/2509ฎีกา 374/2534ฎีกา 6605/2550ฎีกา 1397/2544ฎีกา 4777/2549ฎีกา 662/2525ฎีกา 4851/2545ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 518/2538ฎีกา 7635/2543ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1636/2534ฎีกา 5219/2534ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1479/2526ฎีกา 7420/2537ฎีกา 92/2531ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3362/2529ฎีกา 1307/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา